
เอาที่สบายใจ
ถึงเวลาต้องประกาศจุดยืนกันซักหน่อยแล้วครับพี่น้อง นาทีนี้ก็ต้องเรื่อง ร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อ
โดย...สันทัด กรณี
ถึงเวลาต้องประกาศจุดยืนกันซักหน่อยแล้วครับพี่น้อง นาทีนี้ก็ต้องเรื่อง ร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อ โดยฝีมือคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
ร่างกฎหมายฉบับนี้กำลังเป็นเรื่องร้อนของคนที่อยู่ในวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างผม ซึ่งปกติผมจะไม่ยุ่งไม่คุยไม่เขียนเรื่องพวกนี้
เพราะไม่ได้เป็นไม่เคยเป็นสมาชิกองค์กรสื่อใดๆ ทั้งสิ้น
สิบกว่าปีก่อนก็เคยถูกชวนเชิญไปเป็นกรรมการในองค์กรสื่อแห่งหนึ่ง แต่ก็ได้ปฏิเสธไป ทั้งวิพากษ์องค์กรสื่อให้ท่านนายกสมาคมท่านนั้นอึ้งทึ่งเสียว และบางส่วนที่วิพากษ์ไปก็ถูกนำไปแก้ไข สร้างกติกาใหม่...อิอิ
ครับ ร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อของฉบับนี้ มีชื่อเต็ม แสนไพเราะ ดูดี ว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน
ร่างกฎหมายฉบับนี้มันเลวร้ายตรงไหน
มันเลวร้ายทั้งฉบับแหละ มันคือการให้อำนาจรัฐเข้ามาควบคุมสื่อมวลชน จำกัดเสรีภาพของสื่อ ไม่ให้มีอิสระในการนำเสนอข่าวสารเพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะ
มันเลวร้ายเพราะกำหนดโครงการในการควบคุมกำกับการทำงานของสื่อ โดยให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติขึ้นมา ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 13 คน คอยมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายว่า คนไทยคนไหนควรเป็นสื่อมวลชน คนไทยคนไหนห้ามประกอบอาชีพนี้
วิธีการคือ ใครประกอบอาชีพสื่อมวลชน ต้องขออนุญาตจากสภาเปรสิเดียม เอ้ย สภาที่ว่านั่น และหากสภาที่ว่านี่ไม่พอใจใครสามารถเพิกถอนใบอนุญาต ทำให้คนๆ นั้นห้ามทำอาชีพสื่อในทันที...มันบ้าไปล้าววว
มันเลวร้ายเพราะที่มาของกรรมการทั้ง 13 คนนั้น มาจากตัวแทนสื่อ 5 คน (ใครวะ) ปลัดกระทรวง 4 คน (สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการคลัง) และกรรมการอิสระอีก 4 คน (อิสระ? ขำกลิ้ง)
ผลก็คือ ใครนำเสนอข่าวไม่ถูกใจรัฐบาล หรือข้าราชการ อาทิ ใครไปยุ่งกับการที่รัฐบาลนี้จะซื้อเรือดำน้ำ รถถังจีน ใครไปแฉโพยการทุจริต คุณมึงตายแน่ถูกไล่ออกจากอาชีพตลอดชีวิต
ผลก็คือ รัฐทำมาหารับประทานบริโภคสะดวกปากสะดวกลิ้นโดยไม่มีสื่อมาเป็นก้างขวางคอ อ้อ! กรรมการพวกนี้สั่งปรับเงินนักข่าวได้ด้วยนะครับ 5 หมื่น-1 แสนบาท ตรองดูต่อไปคนไทยจะได้เสพสื่อแบบไหน
ครับ...อยากจะหัวร่อให้น้ำตาไหล ผมทำงานสื่อตั้งแต่ยังไม่แต่งงานจนลูกโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เติบโตก้าวหน้าไปตามครรลองตามความรู้ความสามารถและผู้อ่านให้การยอมรับ ทำมายี่สิบสามสิบปีจนลูกน้องหลายคนขยับขยายไปเป็น บก.ทั้งในสายสิ่งพิมพ์ ทีวี วิทยุ
ไม่น่าเชื่อ...ถ้าร่างกฎหมายนี้ผ่าน...กระพ้มต้องเข้าอบรมเพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อ ม่ายงั้นตกงาน!
คิดแล้วก็อย่างที่บอก อยากหัวร่อให้น้ำตาไหล
(อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้)







