posttoday
ส่องพอร์ตการลงทุนไตรมาสแรก

ส่องพอร์ตการลงทุนไตรมาสแรก

16 มกราคม 2560

โดย...วิภาสิริ เกษมศุข ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ.ธนชาต

โดย...วิภาสิริ เกษมศุข ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ.ธนชาต

ภาพรวมการลงทุนในอุตสาหกรรมกองทุนหุ้นไทยในปีที่ผ่านมาค่อนข้างสดใส แม้ช่วงท้ายปีจะเหมือนเป็นปีที่ “เกินคาด” ในหลายประเด็นก็ตาม และจริงๆ แล้วหลายฝ่ายก็ตั้งความคาดหวังว่าในปีนี้จะเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของหุ้นไทย ด้วยเหตุว่ายังมองไม่เห็นปัจจัยลบที่เด่นชัด และเรายังมีปัจจัยบวกที่คอยหนุนอยู่จากการลงทุนภาครัฐที่น่าจะเริ่มเห็นเค้าลางบ้างแล้ว

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ เราคงต้องรอดูว่าหลังจากทรัมป์สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ในวันที่ 20 เดือนนี้ จะมีประเด็นอะไรให้เราคอยลุ้นกันอีกหรือไม่ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ การกีดกันทางการค้าไม่ได้ทำได้ง่ายนัก ยิ่งกับประเทศที่มีอำนาจต่อรองสูงอย่างจีนแล้ว ยิ่งยากกว่าหลายเท่า เพราะอย่าลืมว่าในทางธุรกิจ ความคุ้มค่า และผลประโยชน์เป็นเรื่องที่แยกจากกันไม่ขาด เมื่อเร็วๆ นี้ เราก็เห็นข่าวว่า แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารใหญ่แห่งเครืออาลีบาบา ได้มีการพูดคุยกับทางทรัมป์เกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์และการดำเนินธุรกิจระหว่างกันในอนาคต ยิ่งเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่เรากลัวอาจไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยคำว่าผลประโยชน์

ดูเหมือนว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะเป็นคนเดียวและปัจจัยเดียวที่มีบทบาทโดดเด่นในปีนี้ การขยับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะสร้างผลกระทบในวงกว้างทั้งตลาดตราสารหนี้ ตลาดหุ้น และทองคำ เพราะจะเกี่ยวพันกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตอนนี้นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้งในปีนี้ เพราะนโยบายของทรัมป์และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีได้ต่อเนื่อง

ในไตรมาสแรกของปี 2560 นี้มีความเห็นว่าหุ้นต่างประเทศดูน่าสนใจน้อยกว่าหุ้นไทย เพราะจากปัจจัยรบกวนในต่างประเทศที่ยังมีอยู่มาก ความผันผวนจะดูมากกว่า ในส่วนของตราสารหนี้ทั้งไทยและต่างประเทศน่าจะทำผลตอบแทนได้ค่อนข้างต่ำ ซึ่งเราชอบตราสารหนี้ไทยมากกว่าต่างประเทศ เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยไทยน่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลง

โอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มีค่อนข้างน้อย หากจะขึ้นได้จริงก็น่าจะอยู่ในช่วงปลายปี นอกจากนั้นการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศยังต้องกังวลกับเรื่องของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยนที่ดูจะยิ่งผันผวนขึ้นด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เงินเหรียญสหรัฐจะมีแนวโน้มแข็งค่าแบบนี้ ส่วนทองคำเรามองว่าอาจยังไม่ใช่จังหวะที่เข้าลงทุนในช่วงที่แนวโน้มเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าหากสนใจทองคำจริงน่าจะเป็นการซื้อขายทำกำไรเป็นช่วงมากกว่า เพราะราคาทองคำน่าจะแกว่งตัว สำหรับนักลงทุนที่ชอบลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ในปีนี้ ถ้าสนใจผลตอบแทนจากเงินปันผลก็น่าจะได้เห็นประมาณ 3-4% ได้

สุดท้ายนี้ มีสิ่งหนึ่งอยากจะฝากถึงท่านนักลงทุนไว้ว่าการมุ่งหาผลตอบแทนในช่วงดอกเบี้ยต่ำ ต้องพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ แม้จะลงทุนในสินทรัพย์ที่คิดว่าเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ก็ตาม อย่างในปีที่ผ่านมาดอกเบี้ยต่ำมาก ทำให้ผู้ลงทุนหลายรายหันไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์จนทำให้ราคาของกองทุนประเภทนี้สูงขึ้นอย่างมาก และผู้ลงทุนอีกไม่น้อยก็หันไปลงทุนในตราสารหนี้ที่คุณภาพด้อยกว่าที่เคยลงทุนกัน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งต้องขอฝากไว้ว่าการลงทุนในตราสารแบบนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะหากเกิดปัญหาจะทำให้ผู้ลงทุนเสียหายหนัก ซึ่งอาจเรียกว่า “ได้ไม่คุ้มเสีย”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน