
กระเป๋า กัล*แสง บิ๊กไซส์มัดใจวัยรุ่น
“การปรับตัวธุรกิจ” คาถาสำคัญของเจ้าของกิจการทุกขนาด รวมถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดสำเพ็ง
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
“การปรับตัวธุรกิจ” คาถาสำคัญของเจ้าของกิจการทุกขนาด รวมถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดสำเพ็ง ที่กำลังถูกท้าทายจากกำลังซื้อลูกค้าที่หายไปตามสภาวะเศรษฐกิจซบเซาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการเข้ามาของทุนจีนที่นำกลยุทธ์บุกตลาดทั้งค้าปลีก-ส่ง ภายใต้ตรา เมด อิน ไชน่า ที่มีราคาดึงดูดจากต้นทุนผลิตที่ต่ำกว่า และนำสินค้าเข้ามาทำตลาดตรงจากจีนด้วยตัวเอง
ฐิติรัตน์ เศษสุวรรณ ผู้ประกอบการร้านกระเป๋า กัล*แสง ในตลาดสำเพ็ง เล่าที่มาของกิจการก่อนหน้าที่จะเปิดขายกระเป๋าผ้า เคยทำตลาดสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าที่รับมาจากแหล่งทั่วไปมาก่อน แต่เมื่อทำไปสักระยะก็เริ่มมองว่าธุรกิจค้าปลีกเสื้อผ้ามีโอกาสเติบโตได้น้อย จึงตัดสินใจหันไปทำสินค้ากลุ่มเครื่องประดับชิ้นงานของตกแต่ง แอกเซสซอรี่ต่างๆ ภายใต้แบรนด์ร้านฐิติรัตน์ พร้อมดีลตรงกับผู้ผลิตจากจีน
โดยในช่วงแรกของการทำตลาดเครื่องประดับได้การตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้า จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังดีมีคู่แข่งไม่มากราย ทำให้ขายสินค้าได้กำไรน่าพอใจ แม้จะตั้งราคาอย่างแหวนอยู่ที่ 10-50 บาท/ชิ้นก็ตามกระทั่งทำการค้ามาได้ราว 5-6 ปีก็ถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อกลุ่มทุนจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตโรงงานสินค้าได้เข้ามาพร้อมตั้งหน้าร้านในตลาดสำเพ็งที่มีจุดแข็งด้านราคาสินค้าในการขายทั้งปลีก/ส่ง
จากจุดนั้น จึงตัดสินใจทิ้งธุรกิจเครื่องประดับอีกครั้ง และหันไปทำตลาดสินค้ากระเป๋าแนวลวดลายนกฮูก โดยร่วมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ที่สนใจลงทุนผลิตกระเป๋าแนวลดโลกร้อนออกมา โดยวางแนวคิดสินค้าเป็นกระเป๋าง่ายๆ แบบอเนกประสงค์ เน้นขนาดใหญ่ๆ ด้วยยังไม่มีผู้เล่นในตลาดย่านนี้ทำออกมาขายมากนัก
โดยสินค้าวางจุดเด่น ความเรียบง่ายของแบบ หรือแพตเทิร์น แต่ใส่ไอเดียใหม่เข้าไปให้มีความเป็นแฟชั่น เพื่อให้เหมาะสมกับการแต่งตัวได้หลากหลายของกลุ่มลูกค้า และที่สำคัญเลือกใช้ผ้าเกรดดีเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เพื่อสร้างความแตกต่างไปจากสินค้าจากจีนที่แม้ว่าจะสามารถผลิตและทำตลาดสินค้ากลุ่มเดียวกันได้ แต่จะไม่ได้เน้นคุณภาพเนื้อผ้า การออกแบบลวดลายมากนัก
ปัจจุบัน ร้านกระเป๋าผ้า กัล*แสง ทำตลาดสินค้า 2 แบบหลัก คือ 1.กระเป๋าผ้าขนาดใหญ่ (บิ๊กไซส์) เน้นลวดลายสีสันโดดเด่น วางราคาจำหน่ายปลีก 290 บาท/ใบ และ 200 บาท/ใบ สำหรับราคาส่ง และแบบที่ 2.กระเป๋าลดโลกร้อน ลวดลายต่างๆ วางราคาขายปลีก 100 บาท/ใบ และขายส่งแบบยกโหล 80 บาท/ใบ
“ลูกค้าหลักของร้าน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น และมีลูกค้ากลุ่มผู้ใหญ่บ้าง หรือกลุ่มที่เอาไปทำตลาดต่อในช่องทางออนไลน์” ฐิติรัตน์ เสริม
ทั้งนี้ ทางร้านจะผลิตสินค้าที่มีรูปแบบการใช้งาน ดีไซน์หลากหลาย หรือบางรุ่นจะเน้นความประณีตในการติดซิปกระเป๋า เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันยังมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ทั้งตะวันตก ญี่ปุ่น ที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าในตลาดสำเพ็งด้วย
พร้อมทิ้งท้ายว่า สำหรับธุรกิจสินค้าไทยรายย่อยที่กำลังทำตลาดในขณะนี้จำเป็นต้องแข่งขันด้านคุณภาพ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า ที่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันในตลาดเดียวกันในทุกกลุ่มสินค้ามีผู้เล่น หรือตัวเลือกมากขึ้น ซึ่งหากไม่มีการปรับตัว หรือศึกษาพฤติกรรมลูกค้า และภาพรวมตลาด ก็อาจทำให้ธุรกิจอยู่ยากมากขึ้น
โดยเฉพาะ กระเป๋าร้าน กัล*แสง ที่ขอสู้ด้วย “ฝีมือ”







