
ชะตากรรม
อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกวันทุกเวลาครับ...เพียงแต่ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ
โดย...ขำเคืองใจ
อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกวันทุกเวลาครับ...เพียงแต่ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ ประชาชนต่างออกเดินทางใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนจำนวนมาก จึงต้องให้ความสำคัญในการรณรงค์ เรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัยเป็นพิเศษ
“เมาไม่ขับ พักผ่อนให้เพียงพอ หากง่วงไม่ควรฝืน ต้องหยุดพักขับรถแล้วค่อยไปต่อ”
เมื่อขับขี่ด้วยความประมาท ประมาททั้งความไม่พร้อมของสุขภาพร่างกาย ประมาทจากการไม่เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ย่อมนำไปสู่การสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
เท่าที่มอนิเตอร์ข่าวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี 2560 เต็มไปด้วยความเศร้าสลด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
ยกตัวอย่าง ข่าวจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 ม.ค. 2560
เกิดอุบัติเหตุ 445 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 87 ราย ผู้บาดเจ็บ 465 คน รวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2559-2 ม.ค. 2560 เกิดอุบัติเหตุ 3,157 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 367 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,342 คน
นี่ยังไม่นับรวมถึงวันสุดท้ายคือวันที่ 4 ม.ค. 2560 สถิติอุบัติเหตุจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่
อีกข้อมูลมาจาก นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เผยว่า สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติสรุปสถิติการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 ตลอดปี 2559 พบว่ามีการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งสิ้น 1,491,460 คน
10 ลำดับอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลผ่านสายด่วน 1669 มากที่สุด คือ 1.อุบัติเหตุจากยานยนต์ 387,009 คน ส่วนลำดับ 2 3 4 ถึงลำดับ 10 เป็นประเภทป่วย อ่อนเพลีย อัมพาตเรื้อรัง ฯลฯ อะไรทำนองนั้น
เมื่อย้อนกลับไปดูแผนการรณรงค์ความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญๆ ซึ่งดำเนินการมาหลายรัฐบาล เทียบสถิติจากปีก่อนๆ ถึงปัจจุบันคงต้องบอกว่า “อุบัติเหตุบนท้องถนนดูท่าเอาไม่อยู่ซะแล้ว”
คำถามว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไรดี ซึ่งการรณรงค์สร้างความปลอดภัยบนท้องถนนคงต้องดำเนินต่อไปและทำให้มากขึ้นที่สำคัญอยู่ที่ตัวผู้ขับขี่ยานพาหนะ ต้องตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาท
โดยเฉพาะพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะประเภทต่างๆ จะเป็นรถสองแถว รถบัสประจำทางก็ดี หรือรถตู้โดยสารสาธารณะก็ดี ต้องแบกรับความผิดชอบต่อชีวิตของผู้โดยสาร
หลายต่อหลายครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสียจำนวนมาก จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองออกมาแสดงความขึงขัง ต้องมีมาตรการโน่นนี่นั่น จนโดนเหน็บแนมว่า “วัวหายล้อมคอก”
“เช่น ต้องเข้มงวดต่อการออกใบขับขี่ ตรวจสุขภาพพนักงานขับรถ ควบคุมความเร็ว จัดระบบระเบียบรถโดยสารรถตู้สาธารณะควรมีประตูออกสองด้าน กระจกรถควรเป็นบานเลื่อน”
แต่ถามต่อไป ข้อเรียกร้องเหล่านั้นนำไปสู่การแก้ไขมากน้อยขนาดไหน หรือคึกคักทีแล้วเงียบกันไป
ผู้โดยสารเมืองไทยต้องมีชะตากรรมอยู่ในโลงศพติดล้ออย่างนี้ล่ะครับ







