
ปีแห่งความสุข
น่าปลื้มใจเป็นที่สุดกับบรรยากาศสุดแสนจะชื่นมื่นเวลานี้!!!!
โดย...วัยรุ่นเฟง
น่าปลื้มใจเป็นที่สุดกับบรรยากาศสุดแสนจะชื่นมื่นเวลานี้!!!!
เพราะนานๆ ทีจะเห็นนักการเมือง ทั้งพรรคนั้น สีนี้ มุ้งนู้น ออกมาร้องเพลงคีย์เดียวกัน พูดจาประสานเสียงอยากเห็นปีใหม่นี้บ้านเมืองมีแต่ความสุข
ทั้งลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อวยพรปีใหม่ฝากถึงประชาชนขอให้ทุกคนประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง จิตใจมั่นคง แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง
อีกด้าน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก “ส่งท้ายปีเก่าและสวัสดีปีใหม่ 2560 ค่ะ ขอให้พี่น้องประชาชนและแฟนเพจมีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และ
ขอให้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สดใสของคนไทยทั้งประเทศค่ะ”
ไม่ต่างจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ โพสต์คลิปอวยพรแก่ประชาชน ให้ประชาชนคนไทยมีความสุข สดชื่น คิดหวังสิ่งใดขอให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป
แน่นอนว่าช่วงเวลาอย่างนี้ถือเป็นไฟต์บังคับให้นักการเมืองหรือแม้แต่คนอื่นๆ ก็ต้องออกมาอวยพรขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งความสุขอย่างไม่มีทางเลือก
ครั้นจะให้ออกมาใช้โอกาสนี้ มาพูดเรื่องปัญหาข้อเสีย จุดด้อย รัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก พ.ร.บ.ปิโตรเลียม หรือ พ.ร.บ.สงฆ์ ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งก็คงจะผิดที่ผิดเวลา
ไหนจะเสียเชิงนักการเมือง เสียคะแนนนิยม แถมเป็นเป้าให้ถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบยกไปขยายผล ถล่มจนไม่เหลือชิ้นดีแบบไม่ต้องรอให้พ้นเคาต์ดาวน์ขึ้นปีใหม่
คำอวยพรขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งความสุขจากปากนักการเมืองจึงดูเลื่อนลอยไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ
เมื่อรู้ทั้งรู้หลังผ่านพ้นช่วง 7 วันอันตราย บรรยากาศชื่นมื่นคงปลาสนาการหายไปอย่างรวดเร็ว และแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่หายใจรดต้นคออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพียงแค่ถูกเว้นวรรคไว้ชั่วครู่ชั่วยามในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง
เหนือสิ่งอื่นใด ว่ากันว่าปีนี้เป็นปี “เผาจริง” ที่ทุกอย่างจะประดังประเดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะรุนแรงกว่าปีที่แล้ว ซ้ำเติมด้วยปัญหาการเมืองที่กำลังก้าวสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ
ความขัดแย้งที่ถูกหมกไว้ใต้พรมกำลังจะฟุ้งตลบขึ้นมาใหม่หลัง คสช.ปลดล็อกคำสั่งให้กลุ่มการเมืองออกมาเคลื่อนไหวได้หลังกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ แถมเริ่มปรากฏสัญญาณว่าการเลือกตั้งอาจต้องล่นเวลาออกไปจากโรดแมปเดิม
ขณะที่หลังปีใหม่บรรดาคดีความการเมืองที่ยังค้างคาคงต้องเดินหน้าต่อไปตามกลไก ทั้งโทษอาญาและการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งที่ใกล้จะรู้ผลเร็วๆ นี้
เห็นเส้นทางการเมืองอนาคตในปีหน้าแล้ว คงไม่ง่ายที่คำอวยพรของนักการเมืองให้ปีหน้าเป็นปีแห่งความสุขจะเป็นจริง
แต่อย่างน้อย “นักการเมือง” ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อการชี้ขาดว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งความสุขได้มากน้อยแค่ไหน
อยู่ที่ว่าจะร่วมมือร่วมใจได้อย่างที่พูด หรือปล่อยให้คำอวยพรที่ออกมาเป็นเพียงแค่ลมปากนักการเมืองเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมา







