
ความเสี่ยง 5 ประการ
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดสุดท้ายของปีไปเมื่อวานนี้ และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5%
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดสุดท้ายของปีไปเมื่อวานนี้ และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5%
การที่ กนง.คงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน
กนง.เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีความสำคัญในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ โดยเป็นผู้กำหนดนโยบายการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือรับมือยามเศรษฐกิจถดถอย ควบคู่กับกระทรวงการคลัง ที่เป็นผู้กำหนดนโยบายการคลัง
สำหรับนโยบายการเงินมีกลไกสำคัญ 3 ประการ คือการขึ้น-ลงอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มหรือลดปริมาณเงินในประเทศ และการใช้อัตราแลกเปลี่ยนทำให้ค่าเงินแข็งหรืออ่อนค่าลง
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ และปีหน้า กนง.คงคาดการณ์การขยายตัวไว้ในระดับใกล้เคียงกันที่ 3.2%
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มทยอยปรับสูงขึ้นอย่างช้าๆ โดยรวมยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ในช่วงปลายปีแม้ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบมากกว่า คาดจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย และการลงทุนภาคเอกชนโดยรวมยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แต่ถูกชดเชยโดยการส่งออกสินค้าที่มีสัญญาณดีขึ้นจากการย้ายฐานการผลิตสินค้าบางรายการมาที่ประเทศไทย
นอกจากนั้น การบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นตามรายได้เกษตรกรและมาตรการกระตุ้นระยะสั้นของภาครัฐ
ส่วนแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ มาจากภาครัฐยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม สัญญาณจาก กนง.ก็คือปีหน้ามีความเสี่ยง ที่จะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจน้อยกว่าคาดรวม 5 ประการ
1.เศรษฐกิจคู่ค้าที่อาจชะลอลงมากกว่าคาด
2.ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ ที่จะมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นและการค้าระหว่างประเทศ
3.จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่อาจน้อยกว่าประมาณการ
4.ความเสี่ยงจากพัฒนาการทางการเมืองในยุโรป
5.ปัญหาภาคการเงินในยุโรปและจีน
สำหรับภาวะการเงิน เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สภาพคล่องยังอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับสูงขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของปีก่อน
ในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทเทียบกับดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง แต่อ่อนตัวในอัตราที่น้อยกว่าคู่แข่งสำคัญ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม ระบบการเงินยังมีเสถียรภาพ รับมือกับความผันผวนทั้งในและต่างประเทศได้ค่อนข้างดี
แต่สิ่งที่ต้องติดตาม อาทิ คุณภาพสินเชื่อของธุรกิจบางกลุ่มที่ด้อยลง การเคลื่อนย้ายเงินทุนในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลา การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง ความไม่แน่นอนของทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก และอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น
นโยบายการเงินจึงยังต้องผ่อนคลาย เตรียมรับมือความไม่แน่นอน
สรุปง่ายๆ ก็คือปีหน้า ก็ยังคล้ายๆ ปีนี้
แต่ความเสี่ยงก็มีเพิ่มขึ้น ที่จะทำให้ทุกอย่างไม่ดีอย่างที่คาด







