
งานใหญ่ที่รออยู่
หากจะบอกว่าหลักกิโลเมตรทางการเมืองหลักไหนสำคัญที่สุด เห็นจะเป็นหลักกิโลเมตรที่ชื่อ “ร่างรัฐธรรมนูญ”
โดย...หงส์แดง
หากจะบอกว่าหลักกิโลเมตรทางการเมืองหลักไหนสำคัญที่สุด เห็นจะเป็นหลักกิโลเมตรที่ชื่อ “ร่างรัฐธรรมนูญ”
ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 276 มาตรา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นหมดแล้ว เหลือเพียงการรอให้มีผลบังคับใช้เท่านั้น
ทันทีที่ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ งานใหญ่จะเริ่ม ณ บัดนั้น
งานใหญ่ที่ว่านั้นหลักๆ ได้แก่ การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 10 ฉบับ โดยเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ
การเขียนกฎหมายเลือกตั้งของ กรธ.ในเวลานี้ ไม่เหมือนกับการจัดทำกฎหมายลูกเมื่อปี 2550 เนื่องด้วยสถานการณ์ทางการเมืองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะปัจจุบันความขัดแย้งค่อนข้างสูง
ฝ่ายหนึ่ง คือ คสช. ต้องการให้มีกฎหมายควบคุมพรรคการเมืองให้อยู่ในแถวที่ตัวเองวางไว้ อีกฝ่าย คือ พรรคการเมือง ไม่ต้องการเล่นตามเกมของ คสช. จึงต้องคอยออกมาแซะ คสช.เป็นระยะๆ
หวยจึงออกที่ กรธ. โดยต้องร่างกฎหมายบนความประนีประนอมของแต่ละฝ่าย ครั้นจะตามใจ คสช. ด้วยการเซตซีโร่พรรคการเมืองก็ทำไม่ได้ หรือจะไปเอาใจพรรคการเมืองทำไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะอาจบาดหมางใจกับ คสช.
ผมเลยคิดว่าสุดท้ายร่างกฎหมายลูกที่ออกมาจะกลายเป็นแบบครึ่งๆ กลางๆ หรือปฏิรูปการเมืองแบบไม่สุดก็ได้
นอกเหนือไปจากเรื่องการทำกฎหมายลูก งานใหญ่ที่รอ คสช.อีกงาน คือ การปฏิรูปประเทศ
การรัฐประหารครั้งนี้ คสช.ถูกตั้งความหวังว่าจะไม่ทำให้การฉีกรัฐธรรมนูญเสียของ หลังจากผลของการรัฐประหาร 2549 ไม่ค่อยเข้าตาเท่าไรนัก
มาถึงเวลานี้ ยังคงมีคำถามว่าการปฏิรูปประเทศเป็นไปตามแผนที่ คสช.วางไว้หรือไม่
พูดกันแบบตรงไปตรงมา รูปธรรมของการปฏิรูปประเทศเห็นเด่นชัดอยู่ที่ห้องเก็บเอกสารประจำทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทยอยส่งมาให้รัฐบาล ซึ่งไม่รู้ว่าป่านนี้รัฐบาลได้เปิดซองเพื่อดูเอกสารที่อยู่ข้างในบ้างหรือเปล่า
แต่งานหินที่ คสช.ต้องเจอ คือ การสร้างความปรองดอง
ก่อนหน้านี้ สปช.ได้เสนอรายงานที่เป็นข้อเสนอที่สมบูรณ์ฉบับหนึ่งไปให้รัฐบาล ประกอบกับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็พยายามจะออกแรงเข้ามาสานงานต่อ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลออกมาติดเบรก เพราะรัฐบาลอ้างว่าตัวเองจะเข้ามาทำเอง
ผ่านมานานสองนาน ทุกอย่างยังเงียบหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ขอมองโลกแง่ดีว่ารัฐบาลคงกำลังหาทางอยู่ หวังว่าจะไม่นานเกินไป เพราะความขัดแย้งมีพลวัตที่ไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะการทะเลาะกันของนักการเมืองเพียงอย่างเดียว
อย่าลืมว่า คสช.เอง เหลือเวลาอีกไม่มาก อยากอยู่นานแค่ไหนก็อยู่ได้ตราบเท่าที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง
งานใหญ่เหลืออีกเยอะ แต่เวลาเหลือนิดเดียว บางทีแค่การลงจากหลังเสืออย่างไรไม่ถูกก้อนอิฐอาจจะเป็นงานใหญ่ไม่แพ้กันสำหรับ คสช.ก็ได้







