
ลูบหน้าปะจมูก
ตอนนี้พิธีกรหนุ่มฉายา “น็อต กราบรถ” ตัดสินใจบวช โดยมีพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ทำพิธีปลงผมให้ที่ จ.เชียงราย ก็ขออนุโมทนาบุญด้วย
โดย...ขำ เคืองใจ
ตอนนี้พิธีกรหนุ่มฉายา “น็อต กราบรถ” ตัดสินใจบวช โดยมีพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ทำพิธีปลงผมให้ที่ จ.เชียงราย ก็ขออนุโมทนาบุญด้วย การได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ย่อมทำให้เจริญด้วยศีล สมาธิ ปัญญา
“พระน็อต” เลือกหนทางสู่ความสุขสงบเย็นไปแล้ว แต่ทางโลกถึงคิวของ “นายบอล” กฤษณะ อมิตรสูญ ผู้สร้างความร้อนแรงในกระแสสังคม
บุคคลที่สาธารณชนทราบโดยทั่วกันว่าเป็นแฟนดารา เป็นเจ้าของสถานบันเทิงชื่อดัง ผู้ถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการให้การ์ดเข้ารุมกระทืบ อิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือ เจมส์บอนด์ บุตรชายของ พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก (ผบ.มทบ.) ที่ 38 จ.น่าน
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเมื่อใครเป็นแฟนดารา มีบริวารห้อมล้อม หรือมีตังค์ร่ำรวยขนาดไหน เอาชื่อเสียงมากล่าวอ้างให้ดูยิ่งใหญ่ น่าเกรงใจต่อผู้คนที่เข้ามาใช้บริการสถานบันเทิงแห่งนั้น
โดยหลังจากนั้น คงเป็นไปตามบทเดิมๆ ด้วยการยอมพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายเรียก พร้อมเปิดแถลงข่าว ขอโทษขอโพย หรือจะไปถือศีลล้างซวย กลายเป็นข่าวหนึ่งหนังสือพิมพ์แล้วจบๆ กันไป
แต่ความน่าสนใจชนิดไม่อาจมองข้าม ก็คือสถานบันเทิงดังกล่าวตั้งอยู่เยื้องมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2558 สามารถเปิดได้อย่างไร
ทั้งๆ ที่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา 300 เมตร เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2558 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ครั้งนั้น คสช.ไม่ใช่แค่ต้องการจัดระเบียบเฉพาะเชียงใหม่เท่านั้นแต่ คสช.ห่วงใยเด็กและเยาวชนจึงสั่งจัดระเบียบบรรดาสถานบันเทิงร้านรวงจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้สถานศึกษาทั่วทั้งประเทศ
สำหรับสถานบันเทิงที่เกิดเรื่องตั้งอยู่ในโรงแรมเคยถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสั่งปิดเมื่อไม่กี่เดือน อีกอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือกถูกเด้งเข้ากรุระนาวแต่ก็มาเปิดใหม่ได้อีก
กระทั่งกลายเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทำงานรวดเร็วบุกเข้าไปตรวจสอบสั่งปิดสถานที่แห่งนี้เป็นรอบที่สอง โดยอ้างว่า “ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม”
1.สถานบันเทิงดังกล่าวตั้งตระหง่านขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯ มาถึงวันนี้ได้อย่างไร 2. เคยสั่งปิดไปแล้วแต่เผลอแป๊บเปิดใหม่ได้ และ 3.เจ้าหน้าที่สั่งปิดอีกรอบโดยแจ้งว่าไม่มีอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม
ช่างเป็นสถานบันเทิงที่ผลุบๆ โผล่ๆ ฝ่าฝืนคำสั่งท้าทายอำนาจรัฐน่าทึ่งเหมือนกันว่ามีของดีอะไรถึงทำได้
เรื่องพรรค์นี้คนคนเดียวทำไม่ได้ ต้องมีการเจรจาสมคบคิดทั้งเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐ จะสีเขียวสีกากีหรืออะไรไปไล่ดู
ถึงได้กล่าวไง “ใครจะเป็นแฟน หรือผัวดารา สร้างความสั่นคลอนสถาบันวงการมายาดูไม่สำคัญเท่ากับประเด็นที่รัฐบาล คสช.ประกาศจัดระเบียบสังคม กวาดล้างมาเฟีย ซึ่งฟังแล้วดูขลัง
แต่ทางปฏิบัติ หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ทำจริงจัง เด็ดขาด ก็จะเห็นสภาพลูบหน้าปะจมูกกันอยู่อย่างนี้







