
ทรงพระเจริญ
ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศอยู่ในช่วงการเฝ้ารอรัชกาลใหม่ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ โดยคาดว่าคงรอคอยกันอีกไม่นาน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศอยู่ในช่วงการเฝ้ารอรัชกาลใหม่ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ โดยคาดว่าคงรอคอยกันอีกไม่นาน
การดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในมาตรา 23 ที่บัญญัติว่าในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมนเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 ตามลำดับดังนี้
1.ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ
2.ให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ
3.ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป
4.แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ
เมื่อวันอังคารที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ทุกอย่างดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี และแจ้งให้ประธานรัฐสภารับทราบตั้งแต่ช่วงเช้า
ประธานรัฐสภา เรียกประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติในเวลา 11.19 น. เพื่อรับทราบ
จากนี้ไป เป็นขั้นตอนที่ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์และการประกาศให้ประชาชนทราบ
ส่วนระยะเวลาเท่าใด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมของ ครม.ว่า เป็นขั้นตอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยจะมีการเข้าเฝ้าฯ ภายใน 1-2 วันนี้
ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยใจจดจ่อ โดยนับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ซึ่งในช่วงค่ำของวันดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงว่าได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับสั่งไว้ว่าท่านทรงรับพระราชทานเป็นองค์รัชทายาทอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ท่านจะทรงขอเวลาแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชนทั้งประเทศไปก่อนในระยะเวลานี้
ส่วนกระบวนการทางกฎหมายในการอัญเชิญสืบพระราชสมบัตินั้นให้รอเวลาที่เหมาะสม คือ หลังจากที่พระองค์ทรงทำพระทัยแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชน และทรงนึกถึงพระราชบิดา
เมื่อทรงร่วมแสดงความเสียใจและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 กับประชาชนผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อถึงเวลาเหมาะสมโดยทรงยืนยันว่าทรงตระหนักในหน้าที่องค์รัชทายาท ในส่วนพระราชกรณียกิจต่างๆ จะทรงปฏิบัติต่อไปในฐานะสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
หลังจากนั้น เมื่อเวลาผ่านไป ในค่ำวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวระหว่างปาฐกถาเนื่องในงานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ว่า ขออย่ากังวลกับสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งทุกอย่างมีเสถียรภาพในทุกด้าน และในเวลาอีกไม่นานจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่
ถัดจากนั้นมาคือในวันที่ 29 พ.ย. มีการประชุม ครม. และการประชุมสภานิติบัญญัตินัดพิเศษ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ







