
พูดแล้วต้องทำ
นับเป็นภาพที่น่าปลาบปลื้มอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลได้จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี”
โดย...ขำ เคืองใจ
นับเป็นภาพที่น่าปลาบปลื้มอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลได้จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ด้วยการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมีการถ่ายทอดผ่านสื่อสารมวลชนออกสู่สายตาประชาชนเมื่อวานนี้
ไม่ใช่เพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานกล่าวนำข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่ทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น
ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม สถานที่ราชการ ศาลากลางจังหวัด บรรดาพ่อเมืองแต่ละจังหวัดนำข้าราชการ ประชาชนมาร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
ทุกถ้อยคำเปล่งออกมากระหึ่มก้องทั่วแผ่นดิน แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต หากแต่พ่อหลวงยังคงเฝ้ามองพสกนิกรชาวไทยอยู่ มองการเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
อยากถ่ายทอดเนื้อหาคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ณ ตรงนี้อีกครั้ง
นะครับ
“ข้าพระพุทธเจ้าจะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์จนกว่าชีวิตจะหาไม่”
“ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศและสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย”
“ข้าพระพุทธเจ้าจะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน สงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนตลอดไป”
“ข้าพระพุทธเจ้าขอปวารณาตัวว่าจะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืนในการพัฒนาประเทศต่อไป”
“ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัจวาจา (สัด-จะ-วา-จา) ว่าจะประพฤติปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาทและศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัสดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยามาเป็นแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญของปวงข้าพระพุทธเจ้าและเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของราชอาณาจักรไทยสืบไป”
คำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ครับ ยิ่งการได้กล่าวต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
แม้แต่ในรัฐธรรมนูญจะเป็นฉบับอดีตจนถึงปัจจุบัน กำหนดให้ผู้เข้ารับตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นองคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ฯลฯ ต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์
หลักใหญ่ใจความ “ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน”
จะดีอย่างที่สุดหากทุกคนทุกฝ่ายยึดถือคำสัตย์ปฏิญาณนำมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด สังคมชาติก็คงไม่วุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่







