posttoday
ทรัมป์มากับสงคราม

ทรัมป์มากับสงคราม

10 พฤศจิกายน 2559

คนอเมริกันจึงต้องการระบอบประชาธิปไตยที่สร้างความมั่นใจมาจากผู้นำที่เข้มแข็ง ผู้นำที่เด็ดขาดที่สามารถนำพาชีวิตและความมั่นคงกลับมาได้ สังคมอเมริกันจึงเกิดการแบ่งขั้ว ระหว่างคนที่เชื่อในลัทธิอำนาจนิยม กับลัทธิปัจเจกนิยม หรืออิสรนิยม

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เป็นผลการเลือกตั้งที่ช็อกโลก เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่

ก่อนหน้านี้ ทุกผลสำรวจต่างชี้ชัดว่า ฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต จะชนะเลือกตั้ง แต่พอถึงวันชี้ขาดจริง ทรัมป์กลับชนะขาด

ทรัมป์จึงเหมือนเป็นทอร์นาโดถล่มโลก โดยทรัมป์เคยบอกเอาไว้ว่า ผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะรุนแรงยิ่งกว่าเบรกซิต (Brexit) หรือการที่ชาวอังกฤษลงประชามติขอแยกตัวจากสหภาพยุโรปถึง 10 เท่าตัว

นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า การที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง เป็นผลมาตั้งแต่โศกนาฏกรรมของวันที่ 11 ก.ย. คนอเมริกันค่อยๆ ปรับทัศนคติมาอย่างต่อเนื่อง เพราะขาดความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนั้นวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2551 ทำให้คนตกงานหลายล้านคน ชาวอเมริกันเองยังถูกแย่งงานจากผู้อพยพ รวมถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ทำให้คนอเมริกันแสวงหาความมั่นคง

คนอเมริกันจึงต้องการระบอบประชาธิปไตยที่สร้างความมั่นใจมาจากผู้นำที่เข้มแข็ง ผู้นำที่เด็ดขาดที่สามารถนำพาชีวิตและความมั่นคงกลับมาได้

สังคมอเมริกันจึงเกิดการแบ่งขั้ว ระหว่างคนที่เชื่อในลัทธิอำนาจนิยม กับลัทธิปัจเจกนิยม หรืออิสรนิยม

สุดท้าย ทรัมป์ที่นำเสนอแนวทางเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง อเมริกาต้องมาก่อน จึงประสบชัยชนะ

แต่หลังจากนี้ สงครามก็จะเกิดขึ้นในหลากรูปแบบ หลากมิติ

เริ่มจากสงครามในตลาดทุน ตลาดหุ้นทั่วโลก

ก่อนการเลือกตั้งนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน 370 คน ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ 8 คน เขียนจดหมายเปิดผนึกต่อต้าน ทรัมป์ ตีพิมพ์ลงในวอลสตรีท เจอร์นัล โดยระบุว่า ทรัมป์เป็นตัวเลือกที่อันตรายและเป็นหายนะ

ขณะที่นักลงทุนในตลาดหุ้นตัวพ่อระดับโลก อย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ต่อต้านทรัมป์อย่างเต็มที่ โดยท้าทาย ทรัมป์ หลายครั้งหลายหน ทั้งเรื่องภาษี รวมถึงการรณรงค์หาเสียงในด้านต่างๆ

ตลาดทุน ตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ การลงทุน การค้าโลก ถึงกับประกาศว่าถ้าทรัมป์ชนะ ตลาดหุ้นจะร่วงหล่นอย่างมโหฬาร และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

ถัดจากสงครามในตลาดหุ้น ก็จะเป็นสงครามการค้ากับจีน

ทรัมป์ กล่าวโจมตีจีนมาตลอด ว่าตั้งใจทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนลงเพื่อจะได้ขายสินค้าให้กับสหรัฐมากๆ  เป็นเหตุให้แรงงานในสหรัฐ ในภาคการผลิตต้องถูกเลิกจ้างไปเป็นจำนวนมาก

นโยบายที่ ทรัมป์ เคยประกาศไว้ก็คือ ถ้าเป็นประธานาธิบดี จะกดดันให้ค่าเงินหยวนแข็งขึ้น จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีก 45% พร้อมกับดึงบริษัทอเมริกันกลับมา จากที่ไปลงทุนผลิตนอกประเทศเพื่อผลจากค่าแรงถูก และสิทธิทางภาษีที่ได้รับ

ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างเม็กซิโกก็จะโดนดีเช่นกัน โดยผู้อพยพผิดกฎหมายและมีประวัติอาชญากรรมจะถูกส่งกลับประเทศ รวมถึงทำกำแพงป้องกันการอพยพเข้าประเทศของชาวเม็กซิโก ที่ค่าแรงงานถูกกว่าและทำให้ชาวอเมริกันตกงาน

ทรัมป์ยังจะไม่ให้ความสนใจกับข้อตกลงทางการค้า ที่ไม่เอื้ออำนวยกับสหรัฐ ไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการสนับสนุนโลกร้อน ฯลฯ

เหล่านี้คือตัวอย่างสิ่งที่จะตามมา จากการเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของทรัมป์

และเป็นความเสี่ยงของโลก จากไฟสงครามที่หลากมิติ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI