
อย่าดีแต่ขาย
ถ้าไม่มีกระแส “กราบรถกู” เบียดพื้นที่ข่าวในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ป่านนี้กรณี “คุณยิ่งลักษณ์ขายข้าว”
โดย...ขำ เคืองใจ
ถ้าไม่มีกระแส “กราบรถกู” เบียดพื้นที่ข่าวในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ป่านนี้กรณี “คุณยิ่งลักษณ์ขายข้าว” คงเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์กันให้แซด ดีไม่ดี “แม่ค้าปูน้ำตาเล็ด” อาจทำยอดขายดิบขายดีแซงหน้าหน่วยงานรัฐที่กำลังรับซื้ออยู่ในขณะนี้
แม้มองกันว่าการลงพื้นที่จังหวัดภาคอีสานด้วยการควักเงินซื้อข้าวชาวนาแล้วจากไป เป็นการจัดฉาก หรือการแสดงความตื้นตันใจปล่อยโฮออกมาราวกับเผาเต่า เพื่อหวังผลได้ขึ้นภาพหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ หรือจะเป็นการสวมบทพรีเซนเตอร์ “ข้าวหอมเจ๊ปู” ด้วยการช่วยขายข้าวราคาถูกที่ห้างสรรพสินค้าดังย่านรามอินทราช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการชิงพื้นที่ข่าวหวังเรียกเรตติ้งทางการเมืองก็ตาม
หรือการเคลื่อนไหวที่มีวาระซ้อนเร้นในยามที่ตนเองกำลังขึ้นโรงขึ้นศาลต่อสู้คดีทุจริตจำนำข้าวช่วงนี้ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวสร้างความเสียหายกระทบความมั่นคงต่อชาติแต่อย่างใด
อีกอย่างรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมารับรองความปลอดภัยให้คุณยิ่งลักษณะและพลพรรคเพื่อไทย ผ่าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ไปแล้วว่า เป็นเรื่องดี๊ดีทำไปเหอะ
“ขณะนี้ทุกภาคส่วนพยายามช่วยเหลือชาวนา ซึ่งกรณีการขายข้าวของยิ่งลักษณ์สามารถทำได้และเป็นสิ่งดี อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาราคาข้าวนั้น รัฐบาลก็ทำอยู่และเป็นการแก้แบบยั่งยืน ไม่ใช่เป็นการลูบหน้าปะจมูก” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวไว้เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2559
ขยายความตามถ้อยแถลงของกระบอกเสียงรัฐบาล เข้าทำนองนอกจากคุณยิ่งลักษณช่วยรับซื้อขาว จัดหาพื้นที่ให้พี่น้องชาวนาได้ขายให้ประชาชนโดยตรงแล้ว ก็ไม่ควรทำแบบขอไปที ทำแบบอีเวนต์
เป็นพักๆ แต่ควรทำตลอดไป
ถึงขั้นควรจัดตารางลงพื้นที่รับซื้อข้าวจากพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ กลาง ใต้ พร้อมกับสวมบทแม่ค้าใจบุญลงมาขายด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นการใช้เวลาว่างตลอด 5 ปี ที่ถูกเว้นวรรคการเมืองให้เป็นประโยชน์ระหว่างรอการนัดหมายของศาลต่อสู้คดีข้าวเน่า
เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับบรรดาลูกพรรค โดยเฉพาะบรรดาอดีต สส.ใกล้ชิดพื้นที่ จะได้ควักกระเป๋าคนละหมื่นสองหมื่นบาท ซึ่งคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงต่อสถานะทางการเงิน ในการช่วยรับซื้อข้าวได้ปริมาณมากขึ้นด้วย เพราะตอนนี้เห็นแต่คุณยิ่งลักษณ์กับลูกน้องไม่กี่คนเท่านั้นเอง
นอกจาก “จงซื้อข้าวช่วยพี่น้องเกษตรกรต่อไปอย่าได้หยุด” อีกอย่างที่แม่ค้าข้าวระดับประเทศอย่างคุณปู ควรลบคำสบประมาท ไม่ได้เป็นการจัดฉากสร้างเรตติ้ง หรือทำแบบลูบหน้าปะจมูก ก็ควรบรรเลงแนวคิดในระดับคีย์เดียวกับรัฐบาล ด้วยการแนะนำส่งเสริมพี่น้องชาวนาชาวไร่ให้ปรับตัวทำเกษตรสมัยใหม่ ...ช่วยๆ กันพูดช่วยๆ กันแนะนำ...
แต่อย่างว่าล่ะครับ ไม่แน่ใจว่าคุณปูจะอรรถาธิบายสร้างความเข้าใจการทำเกษตรกรสมัยใหม่ หรือชี้แนะสร้างความเข้มแข็งของกลไกโรงสีชุมชนได้มากน้อยขนาดไหน
เพราะถ้าแนวความคิดเกษตรสมัยใหม่ถูกส่งผ่านจากรัฐบาลและคนเคยเป็นรัฐบาลขยายออกไปเรื่อยๆ ก็เป็นเรื่องยิ่งดีเข้าไปใหญ่
“อย่าดีแต่ขายอย่างเดียวครับ”







