posttoday
ทิศทางเม็ดเงินต่างชาติไหลออกต่อ แต่น่าซื้อสะสม

ทิศทางเม็ดเงินต่างชาติไหลออกต่อ แต่น่าซื้อสะสม

08 พฤศจิกายน 2559

โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]

โดย จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 8 พ.ย. และการประชุมเฟด วันที่ 1 พ.ย. และวันที่ 14-15 ธ.ค. น่าจะทำให้กระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่องจากเดือน ต.ค. ที่พลิกมาขายสุทธิทั้ง 3 ตลาดรวม 2.5 หมื่นล้านบาท (จากก่อนหน้านั้นที่เป็นซื้อสุทธิติดต่อกัน 5 เดือน) ถึงแม้ ฮิลลารี คลินตัน จะชนะการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก

แต่การบวกจะถูกจำกัดด้วยความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนหน้า อันที่จริงถึงแม้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย แต่เรากลับไม่กังวลกับตลาดหุ้นไทยที่เชื่อว่าจะฟื้นต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม Flow ที่อาจไหลออกจะกดดันหุ้นขนาดใหญ่ในระยะนี้หุ้นขนาดกลาง-เล็ก โดยเฉพาะหุ้นที่ประกาศผลประกอบการออกมาดีและมีแนวโน้มถูกปรับประมาณการขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มค้าปลีก ไฟแนนซ์ โรงพยาบาล กลับน่าสนใจกว่า 

ปัจจัยต่างประเทศยังไม่เอื้อต่อการไหลเข้าของ Flow ในเดือนนี้

เหตุการณ์สำคัญในเดือนนี้ที่มีผลต่อ Fund Flow หนีไม่พ้นเรื่องการประชุมเฟด วันที่ 1-2 พ.ย. และการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐวันที่ 8 พ.ย. การที่เฟดคงนโยบายการเงินและแถลงการณ์เหมือนกับการประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมา ทำให้ตลาดยิ่งคาดหวังกับการประชุมครั้งสุดท้ายของปี เพราะถ้อยคำของเฟดยังคงย้ำถึงการขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ โดยที่ 11 เดือนที่ผ่านมายังไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยเลย!! อันที่จริง เราพบว่าภายหลังการขึ้นดอกเบี้ยเฟดในปีพ.ศ.2537,2542,2547 ไม่ได้มีผลต่อทิศทางของตลาดหุ้นในเอเชียนัก หากตลาดปรับลงเพราะประเด็นนี้เรากลับมองเป็นโอกาสซื้อ

ส่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐในปีนี้ไม่สามารถอ้างอิงสถิติการเลือกตั้งในอดีตได้ว่าทิศทางของตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไรภายหลังการเลือกตั้ง เนื่องจากนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ดูจะไม่เอื้อต่อเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงภูมิภาคเอเชีย (ไม่เห็นด้วยกับเฟดที่ขึ้นดอกเบี้ยช้า จึงไม่เป็นผลดีต่อตลาดหุ้น) และด้วยบุคลิกภาพที่เป็นที่คาดการณ์ยากและความไม่แน่นอนในเชิงนโยบาย ทำให้ตลาดหุ้นตอบรับในเชิงลบ เมื่อทรัมป์มีคะแนนนำ แม้ว่าโพลในขณะนี้จะชี้ว่าฮิลลารีจะกลับมามีคะแนนนำหลัง FBI ยืนยันว่า ฮิลลารีไม่มีความผิดหลังจากตรวจสอบแล้ว แต่หากดูโพลสมัย เบร็กซิตที่ยังพลิกโผ เม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่จึงไม่สามารถรับความเสี่ยงได้

เศรษฐกิจไทยดูดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและดีมากขึ้นในปีหน้า 

ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2559 มีพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง การใช้จ่ายภาครัฐในเดือน ก.ค. แผ่วลงบ้างเพราะเร่งตัวไปมากในช่วงครึ่งปีแรก แต่กลับมาขยายตัวได้ดีในช่วง 2 เดือนหลัง และยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก พร้อมๆ กับการท่องเที่ยวที่แม้จะมีเหตุระเบิดใน 7 จังหวัด ภาคใต้และการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่ก็เป็นการกระทบเพียงชั่วคราว

สิ่งที่เข้ามาหนุนคือการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชนที่ชะลอในช่วงครึ่งปีแรกยกเว้นช่วงที่มีมาตรการภาครัฐกระตุ้น กลับมาดูดีขึ้นหลังจากราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวดีขึ้นและภัยแล้งคลี่คลาย รวมทั้งการส่งออกที่หดตัวมานานเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นตามการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนและสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตามการลงทุนภาคเอกชนแม้จะปรับตัวดีขึ้นบ้างในบางธุรกิจแต่โดยรวมแล้วยังไม่ฟื้นตัว

บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ยังคงคาด GDP ปี 2559 เติบโต 3.3% แม้ว่าแนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2559 อาจชะลอลงบ้างก็ตาม และคาดปีหน้าโต 3.5% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจะมาจากการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตามการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสีต่างๆ และการบริโภคของประชาชนที่จะเริ่มฟื้นตัว เนื่องจากโครงการรถคันแรกที่จะทยอยครบอายุตั้งแต่ปลายปีนี้ ราคา Soft Commodity หลายประเภทที่ฟื้นตัวและความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่ดีขึ้น

คุณภาพหนี้ของธนาคารยังไม่น่านิ่งนอนใจแต่ NIM สูงสุดในรอบ 6 ปี

กำไรของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3 ปี 2559 ถือเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ ปัจจัยหลักมาจากการบริหารต้นทุนทางการเงินให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ NIM เฉลี่ยของกลุ่มปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.56% จาก 3.42% ในไตรมาส 2 ปี 2559 และเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 6 ปี แต่ NPL ยังเป็นปัจจัยถ่วงโดยเฉพาะกับธนาคารขนาดใหญ่ที่ดูจะมีความเสี่ยงคุณภาพหนี้สูงขึ้น

ซึ่งผิดจากที่ตลาดคาดว่าจะเริ่มบรรเทาตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้ (โดยเฉพาะ KBANK ที่ถือว่าน่าผิดหวังที่สุด) NPL ที่เพิ่มส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และรายกลางที่ปรับโครงสร้างไม่สำเร็จ หรือการกลับมาเป็น NPL อีกครั้ง และการตกชั้นหนี้ ทำให้ NPL Ratio เพิ่มเป็น 3.3% จาก 3.28% ในไตรมาส 2 ปี 2559 ซึ่งจะเป็นแรงกดดันในการตั้งสำรองฯ ที่มากขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 4 ปี 2559 และต่อเนื่องในปี 2560

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน