
เครื่องประหารฝุ่นจับ
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีนะครับว่าอีกไม่ช้าไม่นาน ประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตั้งชื่อเล่นว่า “รัฐธรรมนูญปราบโกง”
โดย...หงส์แดง
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีนะครับว่าอีกไม่ช้าไม่นาน ประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตั้งชื่อเล่นว่า “รัฐธรรมนูญปราบโกง”
คำว่า “รัฐธรรมนูญปราบโกง” อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้บอกกับนักข่าวถึงชื่อเล่นนี้ตั้งแต่ กรธ.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่นแรกเสร็จสิ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และนับจากนั้นมาสังคมก็เรียกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงกันมาตลอดแทนการเรียกว่า “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย”
ไล่ดูเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 279 มาตรา เป็นดั่งที่อาจารย์ท่านว่าจริงๆ
โดยเฉพาะการให้องค์กรอิสระเข้ามามีบทบาทตรวจสอบการใช้อำนาจบริหารของรัฐบาลในเชิงรุกมากขึ้น เช่น การเข้าไปสอดส่องนโยบายที่อาจสร้างความเสียหายให้กับการคลังของประเทศ หรือการให้นักการเมืองพ้นจากตำแหน่งทันทีที่ตรวจพบว่ามีการโยกย้ายงบประมาณเข้ามาจังหวัดตนเองในลักษณะของการหาผลประโยชน์
นับเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเมืองชนิดใหม่ที่ประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน หลังจากประเทศอาจคุ้นชินกับการทุจริตเล็กๆ น้อยๆ แต่ประเทศเดินหน้าได้ พอมาเจอไม้หน้าสามที่ กรธ.มอบไว้ก็เลยตกใจเป็นแถว ไม่เชื่อลองจับอาการของนักการเมืองดูก็ได้ เพราะออกมาบ่นไม่เว้นแต่ละวัน
มาเวลานี้ กรธ.กำลังเอาปรัชญาของคำว่า “ร่างรัฐธรรมนูญปราบโกง” มาบรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ กรธ.กำลังจัดทำด้วย
โดยอาจารย์มีชัยส่งสัญญาณออกมาว่าอาจกำหนดโทษประหารชีวิตในกฎหมายสำหรับผู้ทำการซื้อขายตำแหน่งในทางการเมือง
“โทษการประหารชีวิตถือเป็นบทลงโทษที่มีอยู่ในกฎหมายอยู่แล้ว เช่น การล้มล้างการปกครอง เป็นต้น ซึ่งการเอาตำแหน่งระดับสูงไปซื้อขาย ถือเป็นการทำลายทุกองคาพยพไม่ต่างกัน” คำกล่าวของประธาน กรธ.
เห็นด้วยกับการกำหนดโทษรุนแรงเพื่อกำกับผู้กระทำทุจริต แต่ส่วนตัวก็ยังมีคำถามว่าจะใช้ได้จริงในทางปฏิบัติหรือไม่
ในทางปฏิบัติการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ได้คาหนังคาเขาต้องมีใบเสร็จ ถ้าเป็นการซื้อขายของในห้างสรรพสินค้าคงมีหลักฐานเป็นเอกสารหนังสือชัดเจน แต่สำหรับการซื้อขายตำแหน่งจะหาใบเสร็จเพื่อมาเป็นหลักฐานเอาผิดอย่างไร
แน่นอนว่าใครที่ขึ้นมานั่งเก้าอี้ตัวใหญ่ย่อมไม่บอกหรอกว่าตัวเองซื้อตำแหน่งมา การจะเอาผิดใครสักคนก็ต้องมีหลักฐานเพื่อจับให้มั่นคั้นให้ตาย แต่ในโลกความเป็นจริงจะไปหามาจากไหน
กลัวแต่ว่าหากใครหมั่นไส้ใครอาจไปสร้างหลักฐานเท็จอย่างกระดาษโพยเขียนข้อความไม่กี่คำขึ้นมา
คนที่โดนกล่าวหาก็ซวยเลยงานนี้ แทนที่จะเอาเวลาไปทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับส่วนรวม กลับต้องเอาเวลามาแก้ข้อกล่าวหากับ ป.ป.ช. และกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ก็เกษียณออกจากตำแหน่งไปแล้ว
ยืนยันอีกครั้งว่าเห็นด้วยกับแนวคิดของ กรธ. แต่เกรงว่าเครื่องประหารที่ กรธ.นำเข้ามาในราชอาณาจักร จะถูกฝุ่นเกาะจนเสื่อมสภาพมากกว่า







