
เมื่อฤดูกองทุนลดหย่อนภาษี กำลังมาถึง...
โดย บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต
โดย บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต
เป็นประจำที่พอถึงช่วงปลายปี มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ก็จะตื่นตัวมองหากองทุนประหยัดภาษีที่ทำผลงานได้ดี หรือติดอันดับต้นๆ มาเก็บไว้พิจารณา ทำให้ช่วงนี้การจัดอันดับกองทุน LTF/RMF ดูจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะผมเชื่อว่ายังมีผู้ลงทุนจำนวนน้อยมากที่เริ่มลงทุนเฉลี่ยมาตลอดทั้งปี ไม่ได้มาเจาะจงซื้อตอนปลายปี แม้ว่าเราแนะนำให้ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี เพื่อลดความเสี่ยงที่จะลงทุนในราคาที่สูงเกินไปหรือติดดอยก็ตาม
จากสถิติที่ผ่านมา พบว่าคำแนะนำดังกล่าว ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เพราะจากภาพจะเห็นว่าเงินมักไหลเข้ามาลงทุนในกองทุนประเภทนี้ในช่วงไตรมาส 4 ของปี และมักจะลงทุนสูงสุดในช่วงเดือนสุดท้ายของปี (เนื่องจากองทุน LTF สามารถมีนโยบายจ่ายปันผลได้ ทำให้ยอดเงินจ่ายปันผลถูกคิดเป็นยอดขาย ซึ่งอาจส่งผลให้ในบางช่วงเวลายอดซื้อสุทธิติดลบกว่าปกติ)
เมื่อความนิยมที่จะลงทุนกองทุนประเภทนี้ในช่วงปลายปียังคงไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ประกอบกับประกาศ สำนักงาน กลต. ที่เปิดให้สามารถตั้งกองทุน LTF ใหม่ได้ เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ในอุตสาหกรมมกองทุน LTF ค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษ หลาย บลจ. ออกกองทุน LTF กองใหม่ ในนโยบายที่ตัวเองยังไม่มี หรือ ในนโยบายที่ตัวเองถนัดหรือทำได้ดีกว่าคู่แข่ง หรือแม้แต่บาง บลจ. ที่ยังไม่มีกองทุน LTF ก็ถือเป็นโอกาสดี ที่จะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุน
ผมจึงมองว่าปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนกองทุน LTF ในช่วงปลายปีนี้ ด้วยนโยบายกองทุนที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้จำกัดเหมือนเมื่อก่อน อย่าง บลจ.ธนชาตเอง ก็เพิ่งเปิดกองทุน T-LowBetaLTFD ไม่นานมานี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก และคาดว่าในช่วงปลายปีก็จะมีกองทุน LTF แบบหุ้นขนาดกลางและเล็กอีกหนึ่งกองทุน
เมื่อมีกองทุนที่เปิดใหม่เกิดขึ้นเยอะมาก วิธีการเลือกลงทุน LTF แบบที่แล้วๆมา ที่ดูผลการจัดอันดับ 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี เพียงด้านเดียว ก็อาจทำให้ผู้ลงทุนพลาดกองทุน LTF บางกองทุนที่น่าสนใจและน่าลงทุนได้ เนื่องจากมีหลายกองทุนที่น่าสนใจที่เพิ่งเริ่มจัดตั้งในช่วงท้ายปีนี้ทำให้กองทุนพวกนี้มักไม่ได้รับการจัดอันดับในงานต่างๆ หรือแม้แต่ในเว็บไซต์จัดอันดับโดยทั่วไป (เพราะด้วยระยะเวลาการตั้งกองทุนที่น้อยเกินไป) และกองทุนที่หลุดชาร์ตไปก็มักเป็นกองทุนหมัดเด็ด ที่แต่ละ บลจ. มีความถนัดมากนั่นเอง
ดังนั้น ในปีนี้ ผมจึงอยากให้ผู้ลงทุน ค่อยๆ พิจารณากองทุน LTF ที่ถูกจริต และให้ความสำคัญกับนโยบายการลงทุน พอๆกับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เพราะหลายครั้งที่มักเห็นผู้ลงทุนนำเอากองทุนที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกันมาเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน ทำให้เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่พอสมควร ที่ผ่านมาในกองทุน LTF ที่มีนโยบายต่างกันไม่มากนักในแต่ละ บลจ. ก็อาจไม่ส่งผลอย่างมีนัยยะนัก แต่ในปัจจุบัน ที่นโยบายการลงทุนค่อนข้างต่างกัน การนำมาเปรียบเทียบแบบเดิมๆ ดูจะไม่ยุติธรรมนัก
สำหรับกองทุนที่เปิดใหม่ ผู้ลงทุนไม่สามารถดูผลการดำเนินงานย้อนหลังเพื่อเปรียบเทียบได้ ก็อาจพิจารณากองทุนที่มีนโยบายใกล้เคียงกันของ บลจ. นั้นๆ เพื่อดูเปรียบเทียบความสามารถของผู้จัดการกองทุนได้ เพราะโดยส่วนมากแต่ละบริษัทก็จะนำเอากองทุนเดิมของตัวเองที่ประสบความสำเร็จมาออกสู่ตลาดในรูปแบบ LTF นั่นเอง
จากนี้จนวันสุดท้ายของปี ซึ่งเหลือเวลาอีกประมาณ 2 เดือน ผมก็อยากฝากให้นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี พิจารณาผลการดำเนินงานในอนาคต มากกว่า จำนวนเงินที่ลดหย่อนภาษีได้ เพราะในแต่ที่ก็สามารถนำเงินลงทุนมาลดหย่อนได้เท่ากัน แต่ผลตอบแทนที่จะได้รับในอนาคตต่างหากที่สำคัญกว่า และมีค่ามากกว่าจำนวนเงินที่ลดหย่อนภาษีได้เสียอีก







