
ข้าวลุงตู่อาการหนัก
คืนวันฝันร้ายกำลังมาเยือนรัฐบาล จากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
คืนวันฝันร้ายกำลังมาเยือนรัฐบาล จากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ
ชาวนาร้องลั่นทุ่งว่า ข้าวเปลือกเหลือเกวียนละ 5,000-6,000 บาท ขณะที่ข้าวหอมมะลิเหลือเกวียนละ 8,000 บาท ตกต่ำเป็นประวัติศาสตร์ในรอบหลายสิบปี
คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จะมีการประชุมอย่างเร่งด่วนในวันนี้เพื่อหาทางรับมือ
แต่ดูท่าทางแล้วงานนี้หนักเอาการ
เดือน ต.ค.ข้าวออกสู่ตลาดแค่ 2 ล้านตัน แต่ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.จะออกมาอีก 25 ล้านตัน ปานน้ำป่า ยังไม่นับสต๊อกเก่าของโรงสีที่มีอยู่อีกราวๆ 8 ล้านตัน
ราคาข้าวจึงร่วงไม่เป็นท่า กองอยู่ที่กิโลละ 5-6 บาท
เพราะตลาดข้าวก็เหมือนตลาดหุ้น โดยถ้าตลาดเชื่อว่า ราคาข้าวจะตกต่ำ โรงสี ผู้ส่งออก จะชะลอการซื้อ โดยซื้อแค่พอใช้ พอส่งมอบ เพื่อรอให้ราคาตกต่ำถึงที่สุดถึงจะค่อยเข้ามากว้านซื้อเข้าสต๊อก
ในแต่ละปีจึงต้องมีนโยบายข้าวเพื่อแก้ปัญหา โดยมีวิธีปฏิบัติหลักๆ คือ การดึง กับ การดัน
การดึงก็คือการหาทางเก็บสต๊อกข้าวเอาไว้ ชะลอผลผลิตไม่ให้ทะลักออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นให้รัฐบาลเก็บเองหรือให้ผู้ส่งออก โรงสี ชาวนาเป็นผู้เก็บสต๊อก โดยรัฐบาลชดเชยค่าดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้
ส่วนการดัน คือการเร่งส่งออกข้าวไปต่างประเทศ เพื่อเร่งระบายข้าวออกไปให้เร็วสุด
แต่มาตรการดึง กับ ดัน ที่เป็นข่าวออกมา น่าหวั่นใจเหลือเกิน
เริ่มจาก การดึง หลักๆ จะให้โรงสีและกลุ่มเกษตรกรเข้ามาช่วยเก็บสต๊อกข้าว โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ เป้าหมายคือเก็บข้าวเปลือกประมาณ 10 ล้านตัน
แต่ผลผลิตข้าวในช่วง 2 เดือนต่อไปนี้ จะทะลักถึง 25 ล้านตัน ตรองดูเอาเถิด มันจะรับมือกันไหวหรือ
ส่วน การดึง มีการประกาศว่า จะจัดแต่งคณะเดินทางไปขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ตั้งแต่เดือน พ.ย.ไปถึงต้นปีหน้า
คำถามก็คือ การแต่งคณะไปกันตอนนี้มิช้าไปเหรอ กว่าจะลงนามทำสัญญา กว่าจะส่งมอบ ข้าวออกจากมือชาวนาไปเรียบร้อย
เหลือทางเดียวคือการแจกเงินโดยตรง
ที่จ่ายไปแล้วก็คือค่าปัจจัยการผลิตไร่ละ 1,000 บาท แต่เงินแจกแบบนี้เมื่อให้แล้วก็หมดแล้ว
ส่วนการแจกที่จะตามมาอีกก็คือการพักชำระหนี้ให้เกษตรกร ในช่วงฤดูกาลผลิตปี 2559/2560 ที่จะชดเชยอีกประมาณตันละ 1,000 บาท
แต่การพักหนี้ก็ไม่ได้ช่วยสถานการณ์ได้มาก ที่ชาวนาต้องการคือเงินสด เงินใหม่จากการขายข้าว เพื่อเอาไปจ่ายหนี้ เอาไปซื้อของ เอาไปทำบุญ ฯลฯ ไม่ใช่เงินพักหนี้ที่ไม่ใช่รายได้ แต่เป็นการยืดรายจ่ายเท่านั้น
ที่สำคัญนโยบายข้าวของรัฐบาลยุคลุงตู่จะเจอปัญหาจากกลไกที่ไม่มีประสิทธิภาพ ด้วยการหลอนของนโยบายข้าวในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จำนำข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งสูงเกินจริง และสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับประเทศชาติ อดีตนักการเมือง อดีตพ่อค้า อดีตข้าราชการที่เกี่ยวข้อง กำลังถูกเล่นงานทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา
และนี่แหละ จะทำให้ผู้ปฏิบัติตามนโยบายข้าวของรัฐบาลยุคลุงตู่จะเกิดการระวังตัวแจ ที่เห็นตัวอย่างกันแล้ว อาทิ การขายข้าวเน่าในสต๊อก จนถึงการลงนามเอาผิดคนที่เกี่ยวข้องจากนโยบายข้าวรัฐบาลก่อน ที่เกิดอาการช้าแต่ชัวร์ รวมถึงโรคปอดกระเส่าระบาดไปทั่ว
นโยบายข้าวที่ออกมาจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
เหนื่อยสาหัส อาการถึงขั้นคางเหลือง







