
สำรวจStartupธุรกิจหน้าใหม่ในอาเซียน
โดย รุ่งนภา เสถียรนุกูล กองทุนบัวหลวง
โดย รุ่งนภา เสถียรนุกูล กองทุนบัวหลวง
Startup เป็นธุรกิจที่กล่าวถึงกันมากใน 2-3 ปีนี้ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นกิจการที่เติบโตอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด ด้วยการนำเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์มาประยุกต์ใช้ เกิดเป็นโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ทันสมัย และสามารถทำซ้ำได้แบบไม่จำกัดด้วยต้นทุนต่ำ หรืออาจกล่าวได้ว่า ใช้โมเดลเดียวกันแต่บริหารจัดการได้ทั่วโลก
นอกจากนี้ Startup ยังสร้างสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเจาะเข้าหากลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ได้ เช่นช่วยแก้ปัญหาการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นที่มาของ GrabTaxi หรือ Uber เพื่อให้เรียกรถบริการผ่านแอพพลิเคชั่น หรือผู้ชื่นชอบเดินทางท่องเที่ยวแบบ Backpack มักไม่นิยมพักตามโรงแรมหรูหราราคาแพง จึงเกิดธุรกิจ Startup ที่ชื่อว่าAirbnbเพื่อเป็นทางเลือกให้หาที่พักตรงกับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางได้
ผู้ประกอบการ Startup มักก่อตั้งโดยกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน โดยอาจยอมขาดทุนในช่วงเริ่มแรกเพื่อให้ผู้บริโภคทดลองใช้ จนเริ่มเรียนรู้ และที่สำคัญก็จะค่อยๆ คุ้นเคยกับบริการมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น Facebook ช่วงแรกก็เปิดให้ใช้งานได้ฟรี หลังจากคนนิยมไปทั่วโลกแล้ว บริษัทจึงเริ่มหารายได้จากการลงโฆษณา ส่วนเงินทุนตั้งต้นธุรกิจนั้น อาจมาจากทั้งเงินลงทุนของคณะผู้ก่อตั้งเอง หรือมาจากเงินลงทุนของเหล่าVenture Capital หรือจากนักลงทุนอิสระ (Angel Investor)โดยนักลงทุนเหล่านี้จะจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งจากพอร์ตมาลงทุนในธุรกิจ Startup ที่เห็นว่ามีอนาคตตั้งแต่กิจการนั้นยังเป็น Startup หน้าใหม่ในวงการ หรือยังไม่มีใครจับตามอง
ในปี 2558 ธุรกิจ Startup ทั่วโลกมีเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 5.05 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 72% รวมแล้วกว่า 3.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ กระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ อเมริกาเหนือ 59% เอเชีย 25% และยุโรป 16%
ปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ Startup เติบโตอย่างรวดเร็วก็คือ การเข้าถึงและใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เติบโตขึ้นทุกขณะ สร้างเครือข่ายขนาดใหญ่เชื่อมโยงคนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยสร้างช่องทางให้เข้าถึงคนจำนวนมากและกระจัดกระจายในเวลาอันรวดเร็วและด้วยต้นทุนที่ต่ำ เฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างมาก โดยเกิดการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งขยายตัวตามปริมาณการใช้โทรศัพท์สมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ธุรกิจ Startup ในกลุ่มประเทศอาเซียนจึงแพร่หลายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์ต่อการเริ่มต้นธุรกิจ ไม่ว่าด้านกฎระเบียบ ความก้าวหน้าทางไอทีบุคคลากร รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ
ในประเทศมาเลเซีย ธุรกิจ Startup ที่ประสบความสำเร็จสูงมาก ก็คือ GrabTaxi นั่นเองแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่รายนี้ สร้างมูลค่าเป็นอันดับสูงสุดของอาเซียนถึง1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ45,000 ล้านบาท
ส่วนStartup ที่โดดเด่นในอินโดนีเซีย ได้แก่Tokopediaซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกออนไลน์แบบไม่มีคนกลาง เป็นระบบตลาดที่ให้ผู้บริโภคและผู้บริโภคเจอกันโดยตรงไม่มีค่าใช้จ่ายหรือหักเปอร์เซ็นต์จากผู้ค้า แถมยังให้บริการแบบ ad-free อีกด้วย จากกิจการที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2552 ในวันนี้มีมูลค่าตลาดมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 3,500ล้านบาท โดยมีสินค้าหมุนเวียนมากกว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี
นอกจากนี้ยังมี Go-Jekซึ่งก็คือบริการเรียกรถจักรยานยนต์ออนไลน์ (จักรยานยนต์รับจ้าง) ทางแอพพลิเคชั่นของอินโดนีเซียนั่นเอง ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วตามความต้องการใช้บริการ เนื่องจากปัญหาการจราจรที่ติดขัดในตัวเมือง
ในประเทศไทยเริ่มเกิด Startup มาตั้งแต่ปี 2555 ปัจจุบันมีไม่ต่ำกว่า 500 บริษัท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อไปเรื่อยๆ Startup ที่คนไทยรู้จักกันดีก็อย่างเช่น Ookbeeผู้ให้บริการ E-book อันดับต้นๆ ของประเทศ โดยประสบความสำเร็จทั้งในแง่ส่วนแบ่งตลาดการระดมทุนและขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน หรือบริษัท aCommerceผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรตั้งแต่ทำตลาด เทคโนโลยีจัดการด้านชำระเงิน คลังเก็บสินค้าและระบบโลจิสติกส์
Startup ไม่ได้จำกัดแค่ด้านไอทีเท่านั้น แต่ยังกระจายไปยังธุรกิจแขนงอื่นๆ โดยคงแนวคิดหลักเอาไว้ นั่นคือผสมผสานไอเดียให้เป็นเนื้อเดียวกับเทคโนโลยี จนเกิดสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ ที่สร้างมูลค่าในแบบทวีคูณ โดยธุรกิจแขนงหนึ่งที่เริ่มพูดถึงกันมากก็คือ Startup ด้านการเงิน หรือที่เรียกว่าFinTechมาจากคำว่า Financial+Technology ถือเป็นเทรนด์ที่มาแรงของStartupซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาจับคู่กับงานด้านการเงินนั่นเอง
ธุรกิจอาหารก็สามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีออนไลน์ได้เช่นกัน ที่เรียกกันว่าFoodTechซึ่งถือกันว่าเป็นรูปแบบธุรกิจอาหารอันทันสมัย ในเมืองไทยเองก็เริ่มเห็นกันหลายรายแล้ว เช่น Eatigoบริการโปรโมชั่นส่วนลดและจองโต๊ะอาหาร Foodpandaบริการจัดส่งอาหาร (delivery) และWongnaiเว็บไซต์รีวิวร้านอาหาร เป็นต้น
ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็สามารถนำเทคโนโลยีมาแปลงโฉมสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการใช้แอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์เป็นช่องทางทำธุรกิจ เช่นThinkOfLiving.com
เว็บไซต์วิเคราะห์ วิจารณ์ และแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยและยังธุรกิจท่องเที่ยวแนว Startup ซึ่งจะเป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยจัดการด้านการท่องเที่ยว เช่น เว็บไซต์TakeMeTour.com เป็นตลาดกลางออนไลน์เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวใน 1 วัน (One day tour) นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติสามารถเข้ามาค้นหาไกด์ท้องถิ่นในแบบเพื่อนพาเที่ยวได้
ผู้ประกอบการ Startup ที่จะต้องเติบโตในยุคดิจิทัลนั้น นอกจากต้องมีไอเดียอันยอดเยี่ยมแล้ว ยังต้องเป็นนักคิดนักวางแผนธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เจาะตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ พร้อมกันนั้นต้องหมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มิให้ตัวเองตกยุค เพื่อเชื่อมโยงและสร้างสรรค์นวัตกรรมอยู่เสมอ สิ่งสำคัญที่พึงตระหนักก็คือ มิใช่ Startup ทุกรายจะต้องประสบความสำเร็จ นิตยสาร Forbes ได้รายงานว่า ธุรกิจ Startup ในโลกมีแค่ 10% เท่านั้นที่รุ่ง ขณะที่อีก 90% นั้นร่วง สาเหตุหลักที่ทำให้ Startup ล้มเหลว เกิดจากผลิตภัณฑ์หรือบริการไม่ตรงตามความต้องการของตลาด โมเดลธุรกิจไม่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากบริหารจัดการไม่ดีพอ นอกจากนี้ยังมีตัวแปรที่แตกต่างกันไปตามแต่ละธุรกิจ ขณะที่ภาครัฐควรสนับสนุนโดยเฉพาะด้านกฎหมายและระเบียบต่างๆ ให้ครอบคลุมเนื้อหาทางดิจิทัล เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการ ว่าจะเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข่งขันในตลาดโลกได้ในวันข้างหน้า







