
กรรมไล่ล่า
ใครที่มีอำนาจวาสนาในยามนี้ จึงต้องควรระมัดระวังให้จงดี อย่าได้เพลินกับสิ่งเฉพาะหน้า จนขาดความยับยั้งชั่งใจ ทำอะไรไว้ สุดท้ายก็ต้องได้รับผลนั้นตามมา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ใครไม่เชื่อว่า ทำดีแล้วได้ดี ทำชั่วแล้วได้ชั่ว เห็นทีคงต้องคิดใหม่
ยุคสมัยนี้ เหมือนกับมีหนังตัวอย่าง ของกรรมที่กำลังไล่ล่า ส่งผลในปัจจุบันให้เห็น ชนิดที่ไม่ต้องรอคอยให้นานนัก
และที่ปรากฏออกมามีทั้งตัวอย่างระดับโลก ระดับประเทศ แสดงอย่างชัดแจ้ง
ในระดับโลกที่กรรมกำลังทำหน้าที่ไล่ล่า ก็คือ 2 ผู้สมัครรับเลือกตั้งท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ ทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ และ ฮิลลารี คลินตัน
โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นนักธุรกิจอสังหาริทรัพย์ผู้โด่งดัง ร่ำรวย อยู่ดีๆ เมื่อกระโจนเข้าสนามการเมืองก็เจอกับกรรมเก่าที่ตัวเองทำมาตามไล่ล่าไม่มีหยุดหย่อน
นับตั้งแต่เริ่มรณรงค์เลือกตั้ง ทรัมป์ โดนแฉพฤติกรรมในอดีตมากมาย ชนิดที่ไม่เคยคิดมาก่อนต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้
เพิ่งเกิดหมาดๆ ไม่นานนัก ก็คือการเปิดเผยข้อมูลว่า ทรัมป์ อาจเลี่ยงภาษี ด้วยการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย จากการที่แจ้งตัวเลขกิจการขาดทุนเอาไว้จำนวนมหาศาล ผลที่ตามมาคือความสามารถในการประหยัดภาษี เป็นเงินกว่าปีละประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 1,700 ล้านบาท/ปี ในช่วงเวลากว่า 18 ปี
ผลที่ตามมาก็ไม่ต้องพูดถึงว่าบรรดาคนอเมริกันจะคิดอย่างไร
ยัง ยังไม่หมด ทรัมป์ ยังเจอกรรมเก่าตามราวี โดยถูกแฉเทปที่มีการพูดคุยในรายการโทรทัศน์เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว จนเจ้าตัวแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ
เนื้อหาของคำพูดในเทป ทรัมป์ แสดงออกถึงการดูถูกผู้หญิง ทั้งเรื่องเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว การใช้คำพูดที่หยาบโลน และความคิดที่ยากจะรับ เมื่อพาดพิงถึงผู้หญิง
ทั้งหมดเล่นเอาทรัมป์ถึงกับเซไปไม่เป็นขบวน จะแก้เกมอย่างไรก็ยังแก้ไม่ตก
ขณะเดียวกันคู่แข่ง อย่าง ฮิลลารี คลินตัน ก็โดนเปิดโปงข้อมูลการใช้อีเมลส่วนตัวขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ จนทำให้ถูกตั้งคำถามเรื่องความซื่อสัตย์โปร่งใส
นักวิจารณ์หลายคนชี้ว่าการสื่อสารผ่านอีเมลส่วนตัวของ ฮิลลารี คลินตัน นอกจากไม่ปลอดภัยพอแล้ว ยังอาจขัดต่อนโยบายของรัฐ และอาจมีจุดประสงค์เพื่อปกปิดความผิดในการทำงาน
เรียกว่าทั้งคู่ใครขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ก็คงสะบักสะบอม
ย้อนกลับมาดูในบ้านเมืองเรา กรรมก็กำลังไล่ล่า ทำหน้าที่ให้เห็น
ไม่ว่าจะเป็นอดีตนักการเมือง ที่เคยมีอำนาจวาสนา เมื่อกรรมตามมาก็ต้องแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง บางคนติดคุก บางคนป่านนี้คงนอนไม่หลับเพราะเทียวไล้เทียวขื่อขึ้นศาล หรือบางคนอาจต้องเจอกับสภาพหมดตัว
อดีตนักธุรกิจหลายคน ต้องถอดสูท ชีวิตย่ำแย่ในตอนแก่ชรา เข้าไปรับกรรมยามที่กรรมไล่ล่า
ทุกแวดวงสังคม ทุกระดับชั้น หากประมวลข้อมูลเข้ามาจะเห็นได้ว่า กรรมทำหน้าที่อย่างชัดเจน
ใครที่มีอำนาจวาสนาในยามนี้ จึงต้องควรระมัดระวังให้จงดี อย่าได้เพลินกับสิ่งเฉพาะหน้า จนขาดความยับยั้งชั่งใจ ทำอะไรไว้ สุดท้ายก็ต้องได้รับผลนั้นตามมา
ยิ่งวันใดที่หมดอำนาจ กรรมตามมาไล่ล่า เห็นตัวอย่างตำตาแล้วว่าเป็นอย่างไร
ทุกอย่างมันไม่จีรังจริงๆ







