
เลือกซื้อหุ้นรายตัว
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ ธนชาต
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ ธนชาต email: [email protected]
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทย แกร่งกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากได้ปัจจัยหนุนดังนี้
ประการแรก การดีดขึ้นของราคาน้ำมันดิบได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีน้ำหนักในการคำนวณดัชนีตลาดสูง
ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นกว่า 10% หลังโอเปกมีมติปรับลดกำลังการผลิตลง ท่ามกลางภัยคุกคามจากพายุเฮอริเคนต่อฐานการผลิตน้ำมันของสหรัฐ
อย่างไรก็ดี มีโอกาสน้อยที่ราคาน้ำมันจะวิ่งทะลุ 55$ เนื่องจากจะกระตุ้นผู้ผลิตเชลล์ออยล์ให้เพิ่มกำลังการผลิตหรือทำสัญญาขายล่วงหน้า ขณะที่แหล่งน้ำมันที่ถูกกลุ่มก่อร้ายโจมตีในหลายประเทศน่าจะกลับมาผลิตได้ในปีหน้า จีงมีแนวโน้มที่ภาวะน้ำมันจะล้นตลาดต่อไป อย่างน้อยจนถึงกลางปีหน้า
หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำได้สะท้อนราคาน้ำมันในกรณีที่ดีไว้แล้ว จึงมองว่า เป็นโอกาสขายทำกำไรหุ้น PTTEP(84/86.75) PTT (357) ช่วงแกว่งขึ้นหาแนวต้าน หากจะเก็งกำไรแนะ PTTGC รวมถึงหุ้นโรงกลั่นที่ได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้น ชอบ IRPC ที่พึ่งอัพเกรดโรงกลั่นเสร็จ เมื่อต้นไตรมาส 3
ทั้งนี้ โอเปกมีแผนหารือกับชาตินอกสมาชิกโอเปก รอบนอกการประชุมองค์การพลังงานโลก ในอิสตันบูล ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดแผนลดกำลังผลิตลงเหลือราว 32.5 ถึง 33 ล้านบาร์เรลต่อวันของโอเปก
ประการที่สอง นักลงทุนคลายวิตกแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด หลังมีรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด
ศุกร์ที่ผ่านมา การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 156,000 อัตรา จากที่คาดหมายไว้ 175,000 อัตรา ขณะที่อัตราคนว่างงานดีดตัวขึ้นสู่ 5 เปอร์เซ็นต์
นับเป็นดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่อัตราการจ้างงานเติบโตแบบชะลอตัว แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะขัดขวางการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดในช่วงปลายปี
ประการที่สาม ความเสี่ยงของระบบการเงินยุโรปลดลง หลังมีกระแสข่าวว่า ดอยซ์แบงค์จะสามารถบรรลุข้อตกลงการลดเงินค่าปรับกับทางการสหรัฐในเร็ววัน
ขณะที่ประธาน ECB ได้ออกมาปฏิเสธข่าวว่า ECB อาจเริ่มวางแผนเพื่อถอนเงิน QE ออก หลังโครงการหมดอายุในเดือน มี.ค. ปีหน้า
อย่างไรก็ดี ค่าพีอีตลาดหุ้นไทยที่ใช้ประมาณกำไรปีนี้อยู่ที่ 16.2 เท่า ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 52-59 ที่ 13.2 เท่า แม้ใช้ประมาณการปีหน้าที่คาดว่ากำไรจะโต 10% ค่าพีอีจะอยู่ที่ 14.7 เท่า ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ถูก ในตลาดทึ่มีความผันผวนสูง
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำร่วงหนักมาเคลื่อนไหวแถว 1,257 เหรียญ/ออนซ์ หลังดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งสุดในหลายเดือน
ขณะที่ค่าเงินปอนด์ดิ่งหนักเกือบ 10% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังมีคำสั่งขายตัดขาดทุนจาก เครื่องมืออัลกอริทึม (กลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์ตัดสินใจอัตโนมัติ)
แนะรอเลือกซื้อช่วงหุ้นย่อ BJC (รับรู้กำไร BIGC เต็มไตรมาส ดอกเบี้ยจ่ายลดจากการรีไฟแแนนซ์), CPF (ราคาไก่สูง ธุรกิจกุ้งฟื้นตัว ผลดีเงินบาทอ่อน), EA (ผลการดำเนินงานมีเสถียรภาพสูง), HANA (ผลดีจากเงินบาทอ่อนค่าสูงสุด), KCE, INTUCH (ปันผล 8.7-7.7%) ADVANC (ปันผล 7.6-7.1%) และ IRPC (UHV หนุนกำไร 2H16) รวมถึง AOT, BEAUTY







