posttoday
เลือกกอง LTF อย่างไร

เลือกกอง LTF อย่างไร

04 ตุลาคม 2559

โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด

โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ  กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกๆท่าน ตอนนี้ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีแล้วผมหวังว่าปีนี้พอร์ตการลงทุนของท่านคงได้รับผลตอบแทนที่ดีตามที่ได้วางแผนเอาไว้และผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงได้เริ่มวางแผนการลงทุนและได้เริ่มลงทุนตามแผนที่ได้วางเอาไว้แล้ว และแน่นอนครับช่วงไตรมาสสุดท้ายมักจะต้องได้ยินถึงการลงทุนในกองทุนประเภท LTF/RMF เพื่อการเกษียณและเพื่อประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะในปีนี้เป็นปีแรกที่การลงทุนใน LTF นั้นต้องถือครองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 ปีปฎิทิน
วันนี้ผมเลยนำแนวคิดเรื่องการลงทุนใน LTF มาฝากกันเพื่อรับกับช่วงเวลาและเกณฑ์การลงทุนที่เปลี่ยนไป

เริ่มต้นที่นโยบายของกองทุน LTF นั้นท่านผู้อ่านคงทราบว่าเป็นการลงทุนในตลาดหุ้นของไทยเป็นหลัก ซึ่งการตัดสินใจลงทุนในกองทุนใดนั้นท่านผู้อ่านคงต้องระวังในเรื่องความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นหลักซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้น ข้อสองก็คือเรื่องของผลการดำเนินงานซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นกับนโยบายและผลงานของผู้จัดการกองทุนเป็นหลัก แม้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตอาจไม่สามารถบอกถึงผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ทั้งหมดก็ตามแต่อย่างน้อยก็เป็นตัวสถิติที่ใช้ประกอบการตัดสินใจที่ดีตัวหนึ่ง

นอกจากสองปัจจัยดังกล่าวแล้วกองทุน LTF แต่ละกองนั้นอาจมีนโยบายที่ไม่เหมือนกันซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านผู้อ่านควรรู้และใช้เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ในเรื่องนโยบายนั้นผมจะพยายามสรุปเป็นข้อใหญ่ๆดังต่อไปนี้

1.เน้นเกาะดัชนี กองทุนประเภทนี้ไม่เน้นการบริหารจัดการแบบเชิงรุกแต่จะเน้นแค่การเกาะการเคลื่อนไหวตามดัชนีที่อ้างอิง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะอิงกับดัชนี SET50 เป็นหลัก ผู้ลงทุนที่สินใจลงทุนในนโยบายนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องผลการดำเนินงานของผู้จัดการกองทุนว่าขนะหรือแพ้ตลาด

2.เน้นการบริหารเชิงรุก กองประเภทนี้จะเป็นส่วนใหญ่ในตลาดโดยมักจะเน้นการบริหารเพื่อเอาชนะตลาดหรือดัชนีอ้างอิง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้จัดการกองทุนจะทำได้ตามตั้งใจเสมอไปหรือทุกๆช่วงเวลา

3.เน้นการลงทุนในหุ้นตามขนาดหรือมาร์เกตแคป เช่น หุ้นขนาดใหญ่ที่ดังๆเช่นกอง จัมโบ้ 25 เป็นต้น หรือระยะหลังๆจะเริ่มเห็นการลงทุนที่เน้นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กซึ่งบางช่วงจะทำผลตอบแทนได้ดีกว่า

4.เน้นลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสูง ซึ่งกองทุนประเภทนี้จะเน้นการคัดเลือกหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงเป็นหลัก นักลงทุนหลายคนชอบกองทุนประเภทนี้เนื่องจากถือว่าการลงทุนใน LTF เป็นการลงทุนระยะยาวดังนั้นลงทุนในหุ้นที่ปันผลสูงก็น่าจะมีพื้นฐานที่ดีในระดับหนึ่งหรือแม้ว่าตลาดจะผันผวนแต่หุ้นที่กองทุนถืออยู่อย่างน้อยก็จะได้ผลตอบแทนจากเงินปันผล

5.กองทุนประเภท 70/30 กองทุนประเภทนี้มักออกมาดักนักลงทุนที่อาจมีความกังวลต่อภาวะตลาดหุ้นในอนาคต ดังนั้นกองทุนจึงนำเงินเพียงร้อยละ 70 มาลงทุนในตลาดหุ้นส่วนอีก 30 จะนำไปลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ ที่นิยมคือ

 1)หุ้นในต่างประเทศ แบบนี้จะเน้นการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นหลักแต่กองทุนยังมีความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นถึงแม้จะอยู่ในต่างประเทศก็ตาม

 2)ตราสารหนี้ เน้นที่การกระจายความเสี่ยงเพี่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นให้เหลือเพียงร้อยละ 70

6.เน้นลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ นโยบายหลักคือคัดเลือกหุ้นที่มีความผันผวนต่ำกว่าตลาด หรือมีค่าเบต้าที่ต่ำ ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่ค่อนข้างกังวลในความผันผวนของตลาดในอนาคต

ครับจะเห็นว่าแม้จะมีชื่อว่าเป็นกองทุน LTF เหมือนกันแต่นโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันจะทำให้ผลการดำเนินงาน(ทั้งในอดีตและอนาคต)มีความแตกต่างกันได้ เช่นถ้าปีใหนตลาดหุ้นขึ้นแรงๆ กองทุนประเภท 70/30 หรือประเภทความผันผวนต่ำมักให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าตลาด ดังนั้นหากเราพิจารณาแต่เพียงผลการดำเนินงานในอดีตมาเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวอาจทำให้การตัดสินใจไม่ครบถ้วนได้ ดังนั้นท่านผู้อ่านควรพิจารณถึงนโยบายการลงทุนเพื่อประกอบจะทำให้สามารถตัดสินใจได้รอบคอบขึ้น
ท้ายสุดนี้ผมก็ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านที่รักทุกๆท่านมีความสุขและโชคดีในการลงทุนครับ

ผู้ลงทุนโปรด “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือภาษีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวก่อนการตัดสินใจลงทุน”

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI