
นักเลงจริง
“ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด แต่พอพูดแล้ว คำพูดเป็นนายเรา”
โดย...พะนะท่าน [email protected]
“ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด แต่พอพูดแล้ว คำพูดเป็นนายเรา”
ขอยกคำคมของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ล่วงลับไปแล้วมาเตือนสตินักการเมือง ผู้มีอำนาจที่ชอบลื่นไหล ไม่รักษาสัจจวาจาตัวเอง รู้ว่าคนไทยลืมง่ายเลยโกหกไปวันๆ พอจับได้ไล่ทันก็อ้างว่า ที่พูดครั้งนั้นบนเงื่อนไขสถานการณ์นั้น แต่ตอนนี้สถานการณ์ใหม่ เลยพูดได้อีกอย่าง
สมัย “บิ๊กสุ” พล.อ.สุจินดา คราประยูร เขามี “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ยอมตระบัดสัตย์ จากที่ให้สัญญาประชาคมจะไม่มาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายก็ทนความร้อนของอำนาจไม่ไหวมานั่งเก้าอี้นายกฯ จนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเข่นฆ่าประชาชน เป็นบทเรียนให้คิดว่า หากใครคิดลำพองเย่อหยิ่ง ใช้อำนาจในทางร้ายกับประชาชน เมื่อนั้นก็จะไม่มีที่ยืนในสังคม
คำพูดจึงเป็นสิ่งสำคัญ คำไหนคำนั้น ถ้ายึดมั่นในคำพูด เขาเรียกว่านักเลงจริง
ก็นี่สิ จตุพร พรหมพันธุ์ ใครจะเกลียดแค่ไหนก็ตาม แต่พอร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ หัวขบวนเสื้อแดงคนนี้ประกาศทำตามคำพูดที่สัญญา ไม่ลงเลือกตั้งครั้งหน้าแน่ อย่างนี้ต้องขอเสียงปรบมือหน่อย
เมื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย สว.มาจากแต่งตั้ง-สรรหา คำถามพ่วงก็เปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกฯ ได้ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ เตรียมใช้เป็นกฎหมายสูงสุดที่จะใช้ในการปกครองประเทศก็ไม่ควรมาลงเล่นการเมือง หรือเป็น สส. ภายใต้กติการ่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
หลักการง่ายๆ เมื่อไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องร่วมสังฆกรรมด้วย อย่ามาเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง
ก็ไม่รู้เป็นแผนลับลวงพรางของแกนนำเสื้อแดงเตรียมไปเล่นบทนอกสภา ยืดตำแหน่งนักค้าม็อบเพื่อไล่ “บิ๊กตู่” ว่าที่นายกฯ คนกลางในรัฐบาลหน้าหรือไม่ ก็ไม่อยากมองอย่างนั้น แต่อย่างไรเสียต้องยกเครดิตนี้ให้ “ตู่จตุพร” ที่ “พูดจริงทำจริง”
ความจริงพวกแกนนำ นปช.ต่างอยากได้ตำแหน่งในสภาทั้งนั้น ทั้งผลประโยชน์ เกียรติยศ และเอกสิทธิ์คุ้มครองเมื่อเจอคดี ไม่ต้องถูกคุมขังในสมัยประชุม จตุพรยอมเสียสละคนแรก ตัดโควตาไม่ต้องไปแย่งตำแหน่งบัญชีรายชื่อ สส.กับพวกขุนพลอยพยัคฆ์ในเพื่อไทย
แต่แหมถ้าตรรกะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.ก็ไม่ควรลงเลือกตั้งด้วย เพราะออกแถลงการณ์คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ถ้ายังลงสมัคร สส.ภายใต้กติกาที่ตัวเองไม่เห็นด้วย จะตอบคำถามสังคมอย่างไร!
พรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นกัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคนำทีมแถลงก่อนลงประชามติว่า ร่างรัฐธรรมนูญไม่ตอบโจทย์ประเทศ หมวดสิทธิเสรีภาพถดถอย เพิ่มอำนาจข้าราชการ และไม่เห็นด้วยกับคำถามพ่วง เมื่อผลออกมาอย่างนี้ ถ้ายังลงสมัคร สส. ขันอาสาเป็นนายกฯ ภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญที่ตัวเองคัดค้าน ก็คงแปลกพิลึก
ที่ว่ามาเพราะอยากให้ท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายได้ “รับผิดชอบ” คำพูดตัวเอง เห็นว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองพรรคมีแผนไว้หมด ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านแบบคาใจ จะร่วมกันบอยคอตไม่ลงเลือกตั้ง แต่เมื่อคะแนนประชามติขาดลอยอย่างนี้ สงสัยต้องกลืนน้ำลาย ล้มแผนบอยคอตกลับมาเล่นการเมืองตามกติกาใหม่ในรัฐธรรมนูญ







