posttoday
ออมเงินเพื่อการศึกษาลูก

ออมเงินเพื่อการศึกษาลูก

30 สิงหาคม 2559

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล. เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด

โดย...ดร.วิน  อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล. เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด

"เวลามักจะทิ้งผลผลิตที่เรียกว่า”อดีต”ไว้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็สามารถเป็นเครื่องจักรทรงพลังที่สร้างอนาคตให้กับคนที่วางแผนการลงทุนไว้"

ในตอนที่แล้วผมได้แนะนำการวางแผนทางการเงินให้บรรดาคุณพ่อที่กำลังอยู่ในวัยทำงาน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรักษาพยาบาล , ประกันอุบัติเหตุไปจนถึงทุนการศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ประจำที่ต้องมีพร้อมไว้เสมอ แต่ที่สำคัญมากที่สุดสำหรับลูกน้อยที่จะเติบโตขึ้นคือ เรื่องการศึกษาที่ต้องใช้เงินจำนวนมากและใช้ต่อเนื่องไปอีก6-20 ปีเป็นอย่างน้อย การวางแผนลงทุนเพื่อค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้จึงต้องสำคัญมากและต้องเตรียมพร้อมให้ดี (ไม่งั้นไม่มีเงินเรียนนะครับ ย้ำอีกครั้ง)

ปัจจุบันค่าเทอมเล่าเรียนมีราคาเพิ่งสูงขึ้นรวมไปถึงค่าชุดนักเรียน , หนังสือ , อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นอื่นๆ รวมแล้วเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยทีเดียว นี่ยังไม่รวมค่าเรียนพิเศษอื่นๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการสร้างเสริมทักษะความสามารถพิเศษให้ลูกๆอีก อาทิ , ดนตรี , กีฬา , ภาษา ,ศิลปะ ฯลฯ

การวางแผนเพื่อการศึกษาของลูกเป็นการวางแผนระยะยาวจึงต้องประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้สอดคล้องกับที่จะต้องใช้จ่ายจริงในอนาคตขณะเดียวกันควรพิจารณาปัจจัยต่างๆให้รอบด้าน ทั้งจำนวนบุตรที่มีปัจจุบันและในอนาคต ระดับการศึกษาสูงสุดที่จะให้กับลูกๆแต่ละคน รวมไปถึงความแตกต่างระหว่างโรงเรียน เช่น รัฐบาล เอกชน อินเตอร์ฯ และที่สำคัญที่มักมองข้ามกันไปคือเรื่อง “การปรับขึ้นของค่าเล่าเรียน” เนื่องจากค่าเล่าเรียนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นปรับตัวขึ้นเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยมาก จากการศึกษาโดย The Bureau of Labor Statisticsของสหรัฐคำนวณอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าเล่าเรียนในระดับวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2000-2015 ในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 5.6% ซึ่งสูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปมากและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อเนื่อง

การออมเงินเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอจึงควรเป็นการลงทุนที่สามารถเติบโตได้ทันกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการศึกษาด้วย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น เงินฝาก พันธบัตร ตราสารหนี้ และหุ้นกู้ ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนเติบโตเอาชนะค่าเล่าเรียนที่เพิ่มขึ้นปีละ 5.6%หรือมากกว่าได้ จึงจำเป็นต้องมีการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ผสมด้วย ประกอบกับการลงทุนเพื่อการศึกษาเป็นการลงทุนระยะยาว หากวางแผนเพื่อการศึกษาลูกตั้งแต่แรกเกิดก็จะมีระยะเวลาลงทุนที่ยาวนานเกิน 10 ปีขึ้นไป กว่าที่ลูกสุดที่รักของเราจะเติบโตจนเข้าเรียนถึงระดับมัธยมปลายหรือมหาวิทยาลัยที่จะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ การลงทุนระยะยาวสามารถรับความผันผวนของตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้นได้และยังเป็นการเพื่อให้เวลาได้ทำงานสร้างผลตอบแทนสะสมที่ดีในระยะยาวได้

ทั้งนี้ เครื่องมือที่จะใช้ลงทุนนั้นมีหลายทางเลือกไม่ว่าจะเป็น การลงทุนในหุ้นโดยตรง การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ , การลงทุนผ่านกองทุนรวมผสม , หรือลงทุนผ่านประกันชีวิตเพื่อการศึกษา เป็นต้น

ออมเงินเพื่อการศึกษาลูก

เมื่อถามว่าตลาดหุ้นไทยตอนนี้ถูกหรือแพง ..??  ต้องบอกว่าระดับ P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 16.5 เท่า ถือว่าค่อนข้างสูง แต่จะรอเข้าลงทุนเมื่อตลาดถูกก็คงไม่ได้

ดังนั้นจึงแนะนำการลงทุนด้วยวิธี “DCA หรือ Dollar Cost Average” ทยอยลงทุนสม่ำเสมอในทุกๆเดือน เลือกลงทุนในหุ้นที่เติบโตดีในอนาคต ไม่เน้นหุ้นที่มีการจ่ายปันผลมาก ขณะที่อสังหาริมทรัพย์เลือกลงทุนประเภท ฟรีโฮลด์ เพราะมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น และสุดท้ายคือลงทุนในตราสารหนี้หรือหุ้นกู้เอกชนที่มีเครดิตดีนอกจากนี้อาจมีการปรับพอร์ตลงทุนบ้างหากสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนขึ้นไปสูง อาจย้ายเงินมาพักไว้ที่กองทุนตราสารหนี้หรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์

การลงทุนให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ควรต้องมีที่ปรึกษาการลงทุนที่คอยดูแลพอร์ตการลงทุน ทางบล. KTBST มีที่ปรึกษาทางการเงินที่ช่วยวางแผนการลงทุนและคอยบริหารความเสี่ยงให้ตลอดเวลาครับ

เห็นคำแนะนำการลงทุนเพื่อค่าเล่าเรียนคร่าวๆแบบนี้แล้ว คงทำให้คุณพ่อทั้งหลายได้แนวทางและความมั่นใจได้ว่าเรามีให้ลูกรักของเราได้เรียนหนังสืออย่างแน่นอนครับ.....

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน