
แรงระเบิดไม่มีผลต่อหุ้น
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายจุดในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และทำให้หลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ เดนมาร์ก สวีเดน ฟินเลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่นได้ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง
ในแง่ผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว หากอิงจากเหตุการณ์ในอดีต จำนวนนักท่องเที่ยวจะถูกกระทบเพียงระยะสั้นประมาณ 2-3 เดือนแรกหลังเกิดเหตุก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นกลับสู่ระดับปกติ เช่น เหตุระเบิดราชประสงค์ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในเดือนสิงหาคมปี 2558 จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมเติบโตชะลอเหลือ 4.7% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากในช่วง 8 เดือนแรกของปีเดียวกันที่เติบโตถึง 29.7% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวพลิกกลับมาเติบโตในระดับปกติได้ตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้เป็นต้นมา และทำให้ให้ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวครึ่งปีแรกขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 12% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
กระทบจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 3 เดือน กระทบหุ้นท่องเที่ยวไม่เกิน 2 เดือน
อิงจากเหตุระเบิดในอดีตตามตาราง Price Performance ด้านล่าง ถือว่าผลกระทบในแง่ของราคาหุ้นค่อนข้างจำกัด โดยราคาหุ้นจะปรับตัวลงค่อนข้างแรงในช่วงสัปดาห์แรกเท่านั้น ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วง 1 - 2 เดือนถัดไป (มีเพียงเหตุระเบิดหน้าราม 43/1 ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องเพราะ SET Index เป็นขาลง) และน้ำหนักของเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเจือจางไปเมื่อเวลาผ่านไป
สำหรับเหตุระเบิดในครั้งนี้ก็เช่นกัน ดัชนีตลาดหุ้นตกใจเพียง 2 ชั่วโมงแรกของการซื้อขายที่ปรับลงไปถึง 12 จุดและกลับกลายเป็นโอกาสของการสะสมหุ้นเพิ่ม เพราะดัชนีตลาดกลับปรับตัวเป็นบวกได้ยังไม่ทันพ้นครึ่งวัน FSS แนะนำ MINT (ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 48 บาท) เนื่องจากมีธุรกิจที่กระจายความเสี่ยงไปยังต่างประเทศมากที่สุด และ ERW (ราคาเหมาะสมปี 2017 ที่ 6 บาท) ได้ประโยชน์เต็มที่จากการเติบโตของการท่องเที่ยวในประเทศซึ่งส่งผลให้กำไรเติบโตแรงสุดในกลุ่ม







