
โค้งสุดท้ายของการรายงานงบ
โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย
โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการงวด 2Q59 ยังเหลือบริษัทจดทะเบียนที่ยังไม่ประกาศงบอีกกว่า 344บริษัท (ประกาศไปแล้วราว 241 บริษัทมีกำไรรวมกว่า 1.76 แสนล้านบาท คิดเป็นขนาด Market Cap ประมาณ 63%)
มองว่ากำไรงวด 2Q59 มีโอกาสที่จะออกมามากกว่างวด 1Q59 ที่ 2.3 แสนล้านบาท เนื่องจากตอนนี้กำไรจาก 241 บริษัทรวมได้กว่า 1.76 แสนล้านบาท ขณะที่ยังเหลืออีกกว่า 220 บริษัท (ขนาด Market Cap รวมกว่า 37.2%) ที่กำลังทยอยประกาศงบกันออกมา อีกทั้งผลประกอบการรวมของบริษัทที่ประกาศงบออกมาค่อนข้างดีกว่าที่ตลาดคาดหมาย ถ้าดูที่ Consensus ทำการประมาณการณ์ปรากฎว่ามากกว่าที่คาดไว้กว่า 10% ความเป็นไปได้ที่งวด 2Q59 จะเกิน 2.3 แสนล้านบาทจึงมีค่อนข้างสูง
หลังจากตลาดมีการรายงานงบงวด 2Q59 กันเสร็จสิ้นแล้ว น่าจะทำให้ Consensus พร้อมใจกันปรับประมาณการณ์กำไร และเป้าหมาย SET Index ทั้งของปี 2559 และปี 2560 ขึ้น ซึ่งการปรับดังกล่าว มองว่าค่อนข้างช้า เนื่องจาก SET Index ได้ขึ้นตอบรับการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียนมามากแล้ว ด้วยการบวกตั้งแต่ต้นปีกว่า 20% น่าจะเป็นโอกาสสำหรับกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อมาตั้งแต่ด้านล่าง ขายทำกำไรสวนกดลงมาได้ นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังการลงทุนไว้ด้วย (ฝ่ายวิจัย KS มีการปรับเป้าหมาย SET มาแล้วล่วงหน้าตั้งแต่ ม.ค. และ พ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ปัจจุบันยังคงประมาณการณ์กำไรตลาดปี 2559 ไว้ที่ 8.9 แสนล้านบาทหรือคิดเป็น EPS 92.8 บาทต่อหุ้น และคงเป้าหมาย SET Index สิ้นปีไว้ที่ 1,530 จุด)
ยังต้องระวังความเสี่ยงที Fund Flow จะแปรปรวนปรับเปลี่ยนสถานะ ในช่วงปลายเดือน ส.ค. จนถึง ต้น ก.ย. จากกระแสการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่จะร้อนแรงมากขึ้น สิ่งที่ต้องติดตามคือ การรายงานประชุม FOMC (Fed Minute) ในวันที่ 17 ส.ค.59 และ การประชุมประจำปีของFed ที่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง ในวันที่ 26 ส.ค. 59 ซึ่งประธาน Fed คุณ เจเน็ต เยลเลน น่าจะขึ้นกล่าวเกี่ยวกับโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าจะเป็นตัวแปรที่ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวน US Dollar แข็งค่าเร็ว ซึ่งอาจทำให้ Fund Flow ที่เข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาทต้องสะดุดและเปลี่ยนเป็นไหลออกได้
ภาพของ SET Index ระยะสั้นจะถูกขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องที่ท่วมท้นจาก Fund Flow ขาเข้า และเม็ดเงินของนักลงทุนในประเทศ ซึ่งน่าจะทำให้ SET เดินหน้าขึ้นทดสอบ 1,577 จุดได้ อย่างไรก็ตามที่ระดับดังกล่าวจะเป็น Expected PER 17 เท่า การที่ดัชนีบวกมาตั้งแต่ต้นปีกว่า 20% จนเข้าใกล้ PER 17 เท่า จะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดแรงขายทำกำไร การลงทุนจึงควรต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะพวกกลุ่มหุ้นที่เกินกว่ามูลค่าพื้นฐาน หรือกลุ่มหุ้นที่ Valuation สูงกว่าอุตสาหกรรมหรือตลาดมาก พวกนี้จะมีความอ่อนไหวและผันผวนสูง นอกจากนั้นด้วยสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จะเป็นตัวที่ทำให้หุ้นขนาด Small หรือพวก Nano Small Cap มีแรงเก็งกำไรจนเคลื่อนไหวผิดปกติจำนวนมาก พวกนี้จะต้องเพิ่มความระวังในการลงทุนเป็นอย่างสูง
กลยุทธ์การลงทุน Investment Theme หลัก ให้อิงกับ การเร่งเกิดของโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆทั้งขนาดใหญ่และเล็ก รวมไปถึงการเร่งรัดเบิกจ่ายและการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆเชื่อว่าจะมีออกมาเยอะเช่นกัน เป็นบวกต่อกลุ่มหุ้น Domestic โดยเฉพาะ รับเหมาฯ วัสดุฯ CK STEC SCC หลัก และสามารถเลือกหุ้นกลุ่มการเงิน LIT ที่ได้ประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่จะมีมากขึ้น







