posttoday
“แก่เงิน” แก่สุดท้ายของ 4 แก่

“แก่เงิน” แก่สุดท้ายของ 4 แก่

04 สิงหาคม 2559

โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์,CFP

โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์,CFP

คุยกันมายาวเรื่อง “ 4 แก่” ว่าวันนี้ถึงตอบจบซะที เราคุยไป 2 แก่ คือ แก่เพื่อน แก่สุขภาพ มาที่แก่ที่ 3 คือ “แก่เมีย” อันนี้ไม่ได้หมายถึงมีเมียเยอะๆ แต่หมายถึงให้มีเมียแก่ แก่เมียอาจขัดความชอบของบางคน แต่คนจีนเขามองไกลครับ คือ ผู้หญิงมักจะมีอายุยืนกว่าผู้ชายโดยเฉลี่ยประมาณ 5 ปี ดังนั้นหากผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากัน ตอนที่ผู้ชายจะเสียชีวิตก็ยังมีเมียคอยดูแล ให้กำลังใจ และผู้หญิงก็มักจะเป็นคนที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครคอยดู และตอนผู้หญิงจะเสียชีวิต ก็จะลำบากไม่มีคนดูแล คนจีนจึงแนะนำให้ผู้ชายมีเมียที่อายุมากกว่าอย่างน้อยประมาณ 5 ปี เพื่อที่จะได้อยู่ดูแลกันและกันจนบั้นปลายชีวิต

มาถึงแก่สุดท้ายคือ “แก่เงิน” คือ ให้มีเงินเยอะๆ แล้วต้องมีเยอะเท่าไหร่ถึงจะพอสำหรับใช้ยามเกษียณ

หลักมาตรฐานทั่วไปบอกไว้ว่า จำนวนเงินที่พอเหมาะสำหรับการใช้จ่ายในช่วงเกษียณในแต่ละเดือนควรจะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนในช่วง 5 ปีสุดท้าย เช่น หากรายได้เฉลี่ยต่อเดือนในช่วง 5 ปีสุดท้ายของเราเท่ากับ 10,000 บาทเราควรจะเงินสำหรับใช้จ่ายในช่วงเกษียณ อย่างต่ำในเดือนแรกเท่ากับ 7,000 บาทต่อเดือน เราจึงจะมีคุณภาพชีวิตในช่วงเกษียณเหมือนกับช่วงก่อนเกษียณ

เมื่อเราคำนวณได้จำนวนเงินที่จำเป็นสำหรับการใช้จ่ายในเดือนแรกสำหรับช่วงชีวิตหลังเกษียณแล้ว อันดับต่อไป คือ จำนวนปีที่เราคาดว่าจะมีอายุต่อไปในช่วงหลังเกษียณนี้ ซึ่งตัวเลขที่ใช้ เรามักจะใช้ช่วงอายุเฉลี่ยที่สำนักงานสถิติแห่งชาติทำขึ้นมา คือ เมื่ออายุ 60 ปี ถ้าเป็นผู้ชายไทยจะมีชีวิตต่อไปเฉลี่ย 25 ปี  ถ้าเป็นผู้หญิงไทยจะมีชีวิตต่อไปเฉลี่ย 29 ปี ดังนั้นหากเราเกษียณอายุที่ 60 ปี และเราเป็นผู้ชาย เราก็ควรจะมีเงินออมอย่างต่ำเท่ากับ 7,000 * 12*25 = 2.1 ล้านบาท แต่เนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายในช่วงเกษียณแต่ละเดือนไม่เท่ากัน เพราะผลกระทบของเงินเฟ้อ พูดง่ายๆ ก็คือ 7,000 บาท เราอาจจะพอใช้สำหรับในปีแรกหลังเกษียณ แต่อาจไม่พอใช้ในปีที่ 10 หลังเกษียณ เพราะข้าวของราคาแพงขึ้น ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นถึงผลของเงินเฟ้อต่อค่าใช้จ่ายของเราง่ายๆ ดังนี้ครับ

สมมติตอนนี้เราอายุ 45 ปี เราใช้เงินเดือนละ 10,000 บาท หากในช่วงอายุ 60 ปี เราต้องการใช้คุณภาพชีวิตแบบนี้ ที่อัตราเงินเฟ้อ 3% เราก็ต้องมีเงิน  15,580 บาท อายุ 70 ต้องมีเงินใช้เดือนละ 20,938 บาท (ดังตาราง)

“แก่เงิน” แก่สุดท้ายของ 4 แก่

 

ดังนั้นเมื่อเราเงินก้อนที่เพียงพอแล้วสำหรับช่วงหลังเกษียณ ไม่ใช่ว่าเราจะหยุดออมได้แล้ว เรายังควรจะออมต่อเนื่อง โดยให้เงินออมของเราให้ผลตอบแทนที่อย่างต่ำแล้วควรจะมากกว่าเงินเฟ้อ เพื่อที่เราจะได้มีเงินออมสำหรับใช้จ่ายอย่างเพียงพอตลอดช่วงชีวิตหลังเกษียณ

นอกจากเงินเฟ้อที่มีผลต่อเงินที่เราต้องมียามเกษียณแล้ว ช่วงอายุหลังเกษียณก็มีความสำคัญ หลายคนอาจบอก 25 ปีตามตัวอย่างที่ผมยกมายาวเกินไป อยู่ไม่ถึงหรอก ขอ 5 ปีก็พอ อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคนครับ เลือกเอาว่าจะ “แสนเสียดายที่ตายใช้เงินไม่หมด” หรือ “แสนสลดใช้เงินหมดก่อนตาย” สำหรับผมขอเลือก “แสนเสียดายที่ตายใช้เงินไม่หมด”  ครับ เพราะเคยตกงานมาแล้ว ขนาดสุขภาพแข็งแรง มีรายได้พิเศษ ยังเครียดมาก แล้วตอนเกษียณ สุขภาพก็ไม่ดี งานก็ไม่มี ลูกหลานก็ไม่มาเลี้ยงดู แถมไม่มีเงินอีกคงเครียดน่าดู

แล้วอย่างนี้ควรจะประมาณว่าจะมีช่วงอายุหลังเกษียณซักกี่ปีดี ถึงจะไม่มากเกินไป เพราะถ้ามากเกินไป ก็จะทำให้เป็นภาระในการเก็บออมเงินเพื่อเกษียณมากเกินไป แต่ถ้าหากน้อยเกินไป ก็อาจจะไม่มีเงินพอใช้จนถึงบั้นปลายชีวิต

แต่หากอ้างข้อมูลของ ศ.นพ.พงษ์ศิริ  ปรารถนาดี อีก 20 ปีข้างหน้าอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยจะอยู่ที่ 120 ปี เท่ากับเราจะมีช่วงชีวิตหลังเกษียณถึง 60 ปีเท่ากับช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนทำงานถึงเกษียณเลย หากเป็นอย่างนั้นจริง จำนวนเงินที่ต้องมีคงมากมายมหาศาลแน่นอน มากแค่ไหน ก็ลองนึกดูว่า ตั้งแต่เกิดจนถึงทุกวันนี้ เราใช้เงินไปคนละเท่าไหร่แล้ว และยังมีผลกระทบของเงินเฟ้ออีก ดังนั้น อย่าประมาทนะครับ รีบๆออมเงินเพื่อเกษียณตั้งแต่วันนี้ ดีกว่ามาบ่นเสียใจทีหลังว่า “รู้งี้” ครับ

ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆสำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ page ใน face book ชื่อ Sathit CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน