
อาเซียนกำลังตกงาน
ต่อไปนี้เราต้องหยุดหลอกตัวเองด้วยประโยคที่ว่า “จุดแข็งสำคัญของอาเซียน คือ การมีแรงงานจำนวนมากและมีราคาถูก…
โดย...ดร.การดี เลียวไพโรจน์
ต่อไปนี้เราต้องหยุดหลอกตัวเองด้วยประโยคที่ว่า “จุดแข็งสำคัญของอาเซียน คือ การมีแรงงานจำนวนมากและมีราคาถูก…” การมีแรงงานราคาถูกแต่คุณภาพต่ำ ทำได้แต่งานประจำทำซ้ำๆ จะกลายเป็นข้อเสี่ยงอย่างใหญ่หลวงของภูมิภาคอาเซียน เพราะแรงงานอาเซียนที่ว่าราคาถูกนั้นกำลังจะตกงาน
จากรายงานของ ASEAN in Transformation-The Future of Job at Risk of Automation โดย International Labour Organization หรือ ILO พบว่าภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้านี้ กว่า 56% ของแรงงานในกัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และเครื่องจักรสมองกล
กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูงมีตั้งแต่งานในโรงงานอุตสาหกรรม การขนส่ง ค้าปลีก และภาคบริการอย่างการท่องเที่ยวและโรงแรม เมื่อวิเคราะห์ในแต่ละประเทศโดยแยกเป็นอุตสาหกรรมพบว่า ในฟิลิปปินส์มีแรงงานกว่า 2.2. ล้านคนที่ทำงานในร้านค้าปลีก และพนักงานขายโอกาสเสี่ยงสูงจากการแทนที่ด้วยเทคโนโลยีการบริการรูปแบบใหม่ๆ
ในอินโดนีเซียมีแรงงานกว่า 1.7 ล้านคนที่ทำงานในหน้าที่เสมียนเสี่ยงตกงาน เวียดนามมีแรงงาน 769,000 คน และในกัมพูชาอีกราว 447,000 คน ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะตกงานจากการแทนที่ด้วยเครื่องจักรกล และสำหรับไทยนอกจากแรงงานในอุตสาหกรรมหนักแล้ว ยังมีกลุ่มแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารและผู้ให้บริการในการอุตสาหกรรมค้าปลีกมีความเสี่ยงในการตกงานกว่า 624,000 คน
ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยใน 5 ประเทศนี้ ได้แก่ อาชีพครู การบริการด้านการศึกษา ช่างฝีมือต่างๆ รวมทั้งอาชีพที่ใช้ทักษะการจัดการและการตัดสินใจ
แต่ที่น่าเป็นกังวลกว่านั้น คือ งานที่มีแนวโน้มในการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นงานที่ทำโดย “ผู้หญิง” เช่น งานในโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ที่มี “สาวโรงงาน” เป็นจำนวนมาก รวมถึงงานด้านภาคบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ล้วนแล้วแต่เป็นสายงานที่มีผู้หญิงทำงานเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเวียดนามและประเทศฟิลิปปินส์
นอกจากผู้หญิงอาเซียนจะมีความเสี่ยงในการตกงานสูงกว่าชายในอนาคตแล้ว ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพสังคม และวัฒนธรรมในอาเซียนก็มักจะให้การสนับสนุนให้เด็กหญิงมุ่งเรียนในสายวิชาที่มีแนวโน้มที่จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี เช่น เลขานุการ นักบัญชี และไม่ค่อยสนับสนุนให้เรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากเท่าที่ควร เพราะมีความเชื่อว่างานเหล่านี้เป็นงานของผู้ชาย ด้งนั้นหากปล่อยไปเช่นนี้ ความเหลื่อมล้ำระหว่างหญิงชายจะเพิ่มมากขึ้น สังคมอาเซียนก็จะเปราะบางมากขึ้น
ดังนั้น สังคมอาเซียนต้องให้ความสำคัญด้านการศึกษา ให้เด็กผู้หญิงเข้าถึงการศึกษาด้าน E-STEM (Entrepreneurship-Science-Technology- Engineering-Mathematics) ได้เท่าเทียมกับเด็กชาย รวมทั้งให้มีโครงการสร้างทักษะใหม่ หรือ Reskilling ให้กับแรงงานทุกคนอย่างต่อเนื่องในระหว่างอายุการทำงาน
เพื่อยกระดับทักษะ และสร้างความพร้อมในการใช้และทำงานท่ามกลางเทคโนโลยีสมัยใหม่







