posttoday
เลือกสงบ

เลือกสงบ

03 สิงหาคม 2559

การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นวันชี้ชะตากรรมประเทศเหมือนอย่างนักจ้อทางการเมืองเขย่าขวัญไว้จริงหรือไม่

โดย...ขำ เคืองใจ  [email protected]

การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นวันชี้ชะตากรรมประเทศเหมือนอย่างนักจ้อทางการเมืองเขย่าขวัญไว้จริงหรือไม่ ดูจะแตกต่างกับมุมมองของบรรดานักธุรกิจ เอกชน ทั้งหลาย

เพราะในวันที่ มีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาชี้แจงทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญก่อนลงประชามติให้กับตัวแทนภาคธุรกิจ เอกชน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากจับสุ้มเสียงแสดงความเห็นคนเหล่านั้น มีประเด็นที่สมควรนำมาถกคิดอยู่ไม่น้อย

ภาคธุรกิจ เอกชน ให้ความเห็นทิศทางเดียวกันว่า “ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านประชามติไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนอะไร ยังไงต้องเดินหน้าทำมาค้าขายต่อไป” แถมท้ายด้วยว่า “แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติยิ่งดีใหญ่ เพราะมีมาตรการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น การค้าการลงทุนจะได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล”

อย่างไรก็ดี พวกเขาพยายามสื่อสารไปถึงทุกฝ่ายได้ตระหนักกว่านั้นก็คือ “ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านไม่สำคัญเท่าขอให้บ้านเมืองสงบ เพราะหากไม่สงบ การค้าการลงทุนหยุดชะงักซ้ำเติมจากที่ถูกรัฐประหารอยู่แล้ว” 

การแสดงความเห็นดังกล่าว ไม่ทราบว่า นักการเมือง นักวิชาการที่อยู่ในสภาพวิชาเกิน ซึ่งไปตั้งโต๊ะถกเสวนาโดยอ้างว่าเป็นไปตามหลักวิชาการ แต่มักปิดท้ายรายการด้วยการเปล่งวาจาข่มขู่ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ขอให้ คสช.ระวังจะเกิดความรุนแรง ได้เข้าใจถึงความต้องการของผู้คนในแวดวงการค้า การลงทุนบ้างหรือไม่

บางครั้งการพูดจาปลุกระดม เอามันส์ สร้างเรตติ้งให้ตนเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศชาติ เหมือนเป็นคนที่ไม่ได้สำนึกถึงความรับผิดชอบห่วงใยบ้านเมือง

ลองส่องโมเดลกลุ่มที่กำลังต้องการให้เกิดบางสิ่งบางอย่างภายหลังการลงประชามติดูบ้างปะไร หรือไม่ก็เขียนแปะข้างฝาไว้เพื่อตรวจสอบย้อนหลังดูได้นะครับ ว่าจะเป็นไปตาม...ขำ เคืองใจ... กล่าวไว้หรือไม่

กรณีร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ขบวนการป่วนสามารถหาเหตุแถลง “ไม่ขอยอมรับผลประชามติ โดยอ้างว่ากระบวนการประชามติครั้งนี้ไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่ต้นทาง เป็นการประชามติแบบยัดเยียดข้างเดียว” อย่างไรก็ตาม แม้อ้างว่าไม่ยอมรับผลประชามติ แต่สุดท้ายคนเหล่านี้ก็เตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งอยู่ดี

แต่กรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ขบวนการป่วนจะบอกทันทีว่า “นี่คือความสำเร็จของพวกเขาที่สามารถพิทักษ์ประชาธิปไตยไว้ได้”

จากนั้นขบวนการป่วนรุกต่อด้วยการเรียกร้องกดดันให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงจากตำแหน่ง โดยอ้างว่า “คสช.หมดความชอบธรรมเพราะร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ”

เมื่อเสียงเรียกร้องไม่เป็นผล จะตามมาซึ่งความพยายามสร้างกฎหมู่ท้าทายกฎหมายกบิลเมือง จนอาจนำไปสู่ความวุ่นวายรุนแรง ซึ่งพวกเขาพยายามวาดภาพว่าต้องเป็นเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ’ 35 ทั้งๆที่สถานการณ์ของปี 2535 กับสถานการณ์ในปี 2559 แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ฉะนั้น ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านก็หาเหตุสร้างความปั่นป่วนอยู่ดี

จึงไม่แปลกที่ภาคธุรกิจเอกชนรวมถึงประชาชนอย่างเราท่าน ร้องขอให้คำนึงถึงความสงบกันเอาไว้บ้าง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน