
ทองทะยานขึ้นอีกครั้ง
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
ราคาทองคำในคืนวันศุกร์ปรับตัวขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาแย่กว่าที่คาดไว้ อันได้แก่ การประกาศข้อมูลจีดีพีขั้นต้นประจำไตรมาส 2/2016 ที่ออกมาเพียง 1.2% จากที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.6% จึงส่งผลให้นักวิเคราะห์และเหล่าเทรดเดอร์ในตลาดคาดว่าเฟดน่าจะยังไม่มีแนวโน้มในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆนี้ แต่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้มากกว่า ซึ่งผลสำรวจจากโปรแกรม Fed Watch จาก CME Group ที่ระบุว่า โอกาสที่เฟดจะทำการขึ้นดอกเบี้ยจากระดับ 0.5% สู่ระดับ 0.75% ในเดือนธันวาคมมีโอกาสประมาณ 34% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ โดยดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 1.09% ที่ระดับ 95.61 ทางด้านกองทุนทองคำ SPDR ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมากลับมาเป็นผู้ซื้ออีกครั้ง 3.86 ตัน ปัจจุบันถือครองเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 958.09 ตัน ซึ่งปัจจัยข้างต้นช่วยหนุนให้ราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งและปิดตลาด COMEX ปรับตัวขึ้นกว่า 16 เหรียญ ที่ระดับ 1,357.5 เหรียญ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเหนือแนวต้านสำคัญแรกบริเวณ 1,340 เหรียญ โดยทดสอบบริเวณแนวรับด้านล่าง 1,330 เหรียญหลายครั้งในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งการที่ราคาปรับตัวเหนือ 1,340 เหรียญ มาจากปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้น จึงคาดว่ามีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น และจะมีแนวต้านที่ระดับ 1,368 เหรียญ สำหรับ Indicators ต่างๆเริ่มบ่งชี้ไปในทิศทางแนวโน้มขาขึ้น หลังจากที่มีทิศทางพักตัวในลักษณะ Consolidation Stage อยู่นาน และคาดว่าในสัปดาห์นี้ราคาทองคำน่าจะมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1,360 เหรียญ ซึ่งเป็นแนวต้านแรกของนักลงทุนรายย่อย ขณะที่ราคาทองคำไทยปรับตัวขึ้นทะลุ 22,000 บาท/บาททองคำอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้คาดว่าราคาน่าจะสามารถทรงตัวได้แถวระดับ 22,000 บาท/บาททองคำ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำไทยมีอุปสรรคสำคัญ คือการแข็งค่าของค่าเงินบาท ตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ที่เกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยค่าเงินบาทหลุดแนวรับสำคัญ 34.80 บาท/ดอลลาร์ลงมา จึงคาดว่า ค่าเงินบาทอาจจะมีโอกาสแข็งค่าขึ้นไปทดสอบระดับ 34.50 บาท/ดอลลาร์ได้ ดังนั้นทองคำไทยน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆและเคลื่อนไหวไม่มากนัก เนื่องจากมีค่าเงินบาทเป็นตัวกดดัน
Gold-D สินค้าใหม่ในตลาด TFEX ซึ่ง Gold-D หรือที่ย่อมาจาก Gold Dollar & Delivery เป็นสินค้า Gold Futures ชนิดหนึ่ง ที่น่าจะมีการซื้อขายในตลาด TFEX ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ลักษณะที่ดีคือเป็นหน่วยการซื้อขายแบบต่างประเทศ คือใช้หน่วยเป็น ค่าเงินดอลลาร์/ออนซ์ และสามารถส่งมอบทองคำได้จริง โดยยึดหลักเป็นทองคำนอกหรือทองคำที่ได้รับมาตรฐาน LBMA 99.99% ไม่ได้อิงตามมาตรฐาน 96.5% ของไทย
ดังนั้น การลงทุนซื้อขายทองคำจะมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นเมื่อสินค้าตัวนี้ได้เข้าสู่ตลาด เนื่องจากว่าจะเป็นสินค้าที่ทำให้นักลงทุนสามารถมีอิสระในการลงทุนได้อย่างแท้จริงและสามารถทำกำไรจากทองคำได้อย่าง 100% โดยไม่ต้องมีค่าเงินบาทมาเกี่ยวข้อง ดังนั้น MTS Gold แม่ทองสุก จึงอยากเรียนเชิญนักลงทุนให้เริ่มศึกษาหาความรู้ในสินค้า Gold-D ซึ่งจะเริ่มมีการแนะนำในตลาดตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ผมเอง นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ได้รับเชิญให้ไปบรรยาย Gold-D ในงาน Money Expoที่โคราช วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคมนี้ อีกทั้งจะมีเสวนาต่างๆผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเรื่องการเพิ่มพอร์ตการลงทุนในทองคำ และแน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องของสินค้า Gold-D สัมพันธ์อยู่ด้วย จึงขอแนะนำให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯติดตามสินค้าตัวนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นระดับ Champion ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้อย่างแน่นอน
บริษัท MTS Gold Futures เป็นผู้นำการลงทุนทองคำและเวลานี้ก็ได้เริ่มจัดเตรียมหรือ Provide สภาพคล่องให้กับสินค้า Gold-D ตัวใหม่ ให้เหมือนกับสภาพคล่องที่เกิดขึ้นในตลาดโลกอย่างแท้จริง จึงมั่นใจได้ว่า จะรองรับแรงซื้อและแรงขายจากผู้ซื้อหรือผู้ขายตั้งแต่ระดับ 100 กรัม – 100 กิโลกรัมขึ้นไป จึงเรียกได้ว่าเป็นสินค้าที่มีการปรับหน่วยสำหรับรายย่อยได้อย่างคล่องตัว แล้วพบกับสินค้าตัวใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะสร้างสีสันบรรยากาศการลงทุนได้เป็นอย่างดี สนใจสอบถามได้ที่ MTS Gold Call Center 02 770 7777







