
BREXIT กับ WORLD FINANCIAL CENTER (ตอนที่ 1)
โดย กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
โดย กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
การที่ UK จะออกจาก EU หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า BREXIT ได้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของ UK และ EU รวมถึงส่วนต่างๆของโลก จากการที่เศรษฐกิจของโลกเชื่อมถึงกันหมดในยุคโลกานุวัตร และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้นักลงทุน และนักวิเคราะห์ต่างคาดเดาไม่ถูกในวันที่ประกาศ BREXIT OR BREMAINทำให้เช้าวันที่ตลาดยุโรปเปิดตลาด มีการเทขายถล่มทลาย โดยตลาดยุโรปลงเฉลี่ย 7-8% บางตลาดลงไปมากกว่า 13% ทันที นักลงทุนตื่นตระหนกตกใจกับผลการออกเสียงที่ไม่ตรงกับที่คาด เป็น NEGATIVE SURPRISED ที่นักวิเคราะห์ และนักลงทุนไม่ชอบ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ตลาดก็เริ่มทยอยปรับตัวขึ้น หลังจากความมีเหตุมีผลเริ่มกลับมา นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่า อาจจะมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินทั้งจาก EU และ UK เพิ่มเติม และ FED อาจจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้ รวมทั้งจากการที่ค่าเงินเยนญี่ปุ่นที่แข็งค่าขึ้นมา ส่งผลกระทบต่อการส่งออก และเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นอาจจะต้องเข็นมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากคาดว่าสภาพคล่องของโลกคงจะเพิ่มขึ่นอีกจากมาตรการที่คาดว่าจะเกิดขึ้้นเหล่านี้
แต่สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ใน UK โดยเฉพาะใน London ที่มีราคาต่อหน่วยแพงระยิบ เริ่มกังวลว่าถ้า UK หลังจากนี้โดยเฉพาะอีก 2 ปีข้างหน้า ที่ UK จะออกจาก EU อย่างสมบูรณ์ UK อาจจะไม่เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลกอันดับ 1 อีกต่อไป
โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม EU คงจะลดทอนการใช้บริการทางการเงินผ่าน London รวมทั้งสถาบันการเงินและ บริษัทต่างๆที่มีฐานของรายได้มาจากกลุ่มประเทศ EU คงจะต้องพิจารณาที่จะย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่มาอยู่ในประเทศในกลุ่ม EU โดยปัจจัยหลักที่จะนำมาใช้ตัดสินใจในการที่จะย้ายไปที่เมืองใดคงหนีไม่พ้น
1 ความแพร่หลายของภาษาอังกฤษในปัจจุบันภาษาอังกฤษได้กลายมาเป็นภาษาสากล หรือเป็นภาษาที่สองรองจากภาษาแม่ของชาวโลกเกือบหมดแล้ว ถ้าเมืองใดสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ง่าย น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี
2 กฎเกณฑ์ระเบียบต่างๆ รวมทั้งสภาพแวดล้อมในการทำงาน และภาษีทั้ง Corporate TAX และ Individual TAX ซึ่งประเทศไหนมีกฎระเบียบที่ผ่อนคลาย ปริมาณ Office Space ที่เพียงพอ และ TAX ข้างต้นที่อยู่ในอัตราที่ต่ำ ก็มีโอกาสที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นที่ตั้งแห่งใหม่ของบรรดาองค์กรต่างๆ ที่จะย้ายออกจาก London
3 Transportation ที่สะดวกสบายทั้ง Intra City และ Inter Cities ที่มีเที่ยวบิน เที่ยวรถไฟที่สามารถเชื่อมต่อภายในเมืองนั้นๆ และเมืองต่างๆได้กว้างขวาง และมีความถี่ของเที่ยวบินและเที่ยวรถไฟสูง ย่อมได้เปรียบที่จะถูกเป็นตัวเลือก
4 อื่นๆ ได้แก่ มี International school ดีๆ สำหรับบุตรหลานของExpats มีLuxury Accommodation ที่เพียงพอ ฯลฯ เพราะผู้บริหาร และพนักงานเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม High Income และ High Net Worth ที่มี Life Style ที่คุณภาพสูง
จากปัจจัยต่างๆข้างต้น เมืองต่างๆที่มีโอกาสที่จะมาแทนที่ London ได้แก่
1 Frankfurtเมื่อดูจากLocation แล้ว Frankfurt แทบจะอยู่ใจกลางแผ่นดินใหญ่ของยุโรปตะวันตก และ Frankfurt ในปัจจุบันก็เป็นที่ตั้งของธนาคารกลางยุโรป และBundesbank(ธนาคารกลางของเยอรมัน) และสถาบันการเงินใหญ่ๆ เช่น Deutsche Bank ฯลฯ Frankfurt เป็นเมืองที่มี 107 Airlines ที่มาใช้บริการ Airport และมีเที่ยวบินตรงถึงจุดหมายปลายทางถึง 275 แห่งใน 111ประเทศ มีเที่ยวบิน / วันถึง 1,365 Flight แต่ข้อเสียคือ การที่จะปลดพนักงานออก มีต้นทุนสูง
น่าเสียดายที่เนื้อที่หมดแล้ว ติดตามตอนต่อไปในบทความหน้ากันครับ







