posttoday
ต่อยอดให้กับการบริหารความมั่งคั่ง

ต่อยอดให้กับการบริหารความมั่งคั่ง

14 มิถุนายน 2559

โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด

โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ช่วงนี้ตลาดเงินตลาดทุนมีการกระเพื่อมและเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วอันเป็นผลมาจากท่าทีของเฟดและการตัดสินใจของอังกฤษทำให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางการไหลของเงินเข้าออกจากตลาดตราสารหนี้ ตลาดหุ้น รวมถึงระหว่างตลาดเกิดใหม่และตลาดที่พัฒนาแล้ว ทำให้การคาดการณ์ทิศทางตลอดจนการกำหนดสัดส่วนการลงทุนทำได้ยากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีตลาดลักษณะนี้ส่งผลให้เห็นถึงความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี และชี้ให้เห็นข้อความสำคัญว่าแม้กระทั่งตลาดตราสารหนี้ที่ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่ลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ซึ่งควรเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยก็ยังมีความเสี่ยงจากการที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น-ลงในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดความผันผวนของราคา ซึ่งทำให้เกิดการติดลบของผลตอบแทนจากการลงทุนได้

วันนี้ผมจะพูดถึงการต่อยอดให้กับการบริหารความมั่งคั่งกันครับ สมมติว่าถ้าท่านผู้อ่านได้มีการตั้งเป้าหมายการลงทุนเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการเกษียณหรือเพื่อเป้าหมายอื่น และได้มีการจัดพอร์ตการลงทุนโดยกระจายไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแล้ว แต่ถ้าท่านผู้อ่านอยากจะได้ความมั่งคั่งที่มากขึ้น(ในตอนจบหรืออาจจะเป็นเงินโบนัสในแต่ละช่วงปี) โดยยังคงเป้าหมายเดิมอยู่ แน่นอนครับว่าไม่มีอะไรที่มาฟรีๆ สิ่งที่ต้องทำก็คือเราต้องหาเงินมาลงทุนเพิ่มเติม หรือลดเป้าหมายของเราลงมา ซึ่งผลกระทบของการลดเป้าหมายจะให้ผลลัพธ์ที่มากกว่าโดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเป้าหมายระยะยาว อันนี้สืบเนื่องมาจากผลของมูลค่าของเงินตามกาลเวลา (Time Value of Money)

เมื่อเราลดเป้าหมายลงมา(บ้างแต่ยังทำให้บรรลุเป้าหมายเดิมอยู่เช่นมีเงินเพียงพอที่ใช้ยามเกษียณ) เราจะรู้ว่าเราต้องใช้เงินลงทุนที่จำเป็นในแต่ละเดือนเท่าไหร่ ผมจะเรียกเงินส่วนนี้ว่า ส่วนจำเป็น(Core)และเราจะมีเงินส่วนเกินที่เราสามารถนำไปลงทุนเพี่มเติม (Cushion)สินทรัพย์ที่เราไปลงทุนนั้นสามารถเป็นสินทรัพย์อะไรก็ได้แม้กระทั่งสินทรัพย์เสี่ยง หรือแม้กระทั่งสินทรัพย์นั้นจะมีการทวีคูณ (Leverage) ในตัวอยู่ เช่น ออปชั่นหรือฟิวเจอร์ส ตราบใดที่เงินที่เรานำไปลงทุนนั้นเป็นเงินส่วนเกินและผลขาดทุนของมันไม่ไปกระทบกับส่วนจำเป็นของเรา

สมมติว่าเงินส่วนเกินที่เรานำไปลงทุนนั้นได้รับผลตอบแทนที่เป็นบวก ท่านผู้อ่านสามารถนำผลตอบแทนไปลงทุนเพิ่มเติมได้ แต่ถ้าผลตอบแทนติดลบเงินส่วนเกินของเราก็จะลดลง สิ่งที่เราต้องติดตามดูตลอดเวลาก็คือเงินส่วนเกิน ยิ่งถ้าเราลงทุนในสินทรัพย์ประเภทฟิวเจอร์ส เราต้องระวังไม่ให้ผลขาดทุนของมันกินเข้าไปในส่วนจำเป็น (ถ้าเป็นหุ้นเราไม่ต้องสนใจถ้าเราไม่ลงทุนแบบมาร์จิ้นแต่ถ้าเป็นฟิวเจอร์สมันสามารถส่งผลขาดทุนเกินกว่าเงินมาร์จิ้น) ด้วยเหตุนี้เงินจำนวนนี้จึงสามารถเพิ่มผลตอบแทนให้กับความมั่งคั่งที่เรากำหนดเป้าหมายเอาไว้เดิมแล้วได้ตราบใดที่ผลตอบแทนของเงินลงทุนส่วนเกินนี้มากกว่าผลตอบแทนเดิมจากพอร์ตที่เราดั่งใจเอาไว้แล้ว

ผลกำไรที่ได้นั้นท่านผู้อ่านสามารถนำไปใช้เสมือนหนึ่งเป็นเงินโบนัสในแต่ละปี (สมมติว่าเราบริหารเงินส่วนนี้ได้ดีกว่าที่คาด) หรือนำไปทบเพื่อลงทุนต่อเพื่อให้มีเม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าระยะเวลาการลงทุนของเรายาวพอ ท่านผู้อ่านอาจนำเงินบางส่วนไปโปะกับพอร์ตหลักและทำการยกระดับเป้าหมายของความมั่งคั่งในตอนจบได้ เช่นเดิมเราตั้งใจจะมีเงินก่อนเกษียณเท่ากับ 7 ล้านบาทอาจจะเพิ่มเป็น 7.5 ล้านบาทได้เป็นต้น

ครับนั่นก็เป็นแนวความคิดในการปรับการบริหารจัดการความมั่งคั่งให้มีโอกาสได้ติดปีกหรือเพิ่มผลลัพธ์ให้สูงขึ้นได้ สุดท้ายก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดีและมีความสุขกับการลงทุนครับ

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน