
สปป.ลาว-เมียนมาสดใส
กระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินโอกาสและลู่ทางการค้า การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน พบว่า สปป.ลาว และเมียนมา
โดย...กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินโอกาสและลู่ทางการค้า การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน พบว่า สปป.ลาว และเมียนมา มีศักยภาพและโอกาสที่น่าลงทุนมาก ในส่วนของ สปป.ลาวนั้น ต้องยอมรับว่าบทบาทด้านการค้าทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยปัจจุบัน สปป.ลาวเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 3 ของไทยในกลุ่มประเทศอาเซียนใหม่ (CLMV: เวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา) โดยมีมูลค่าส่งออกระหว่างประเทศของไทยไป สปป.ลาวพุ่งแตะที่ระดับ 1.8 แสนล้านในปี 2558 มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 25 ต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การขยายตัวของเศรษฐกิจ สปป.ลาวในช่วง 2553-2558 ที่มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.8 ต่อปี และในปี 2559 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 ต่อปี ซึ่งทำให้ประชาชนลาวมีรายได้สูงขึ้น ขณะที่การผลิตสินค้าใน สปป.ลาว ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่ขยายตัวสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสของไทยในการขยายตลาดสินค้า
นอกจากนี้ สปป.ลาว ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับไทยเป็นระยะทางประมาณ 1,800 กิโลเมตร หรือครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัดทำให้เอื้อต่อการขนส่งสินค้าผ่านทางการค้าชายแดน และการคมนาคมขนส่งระหว่างไทย และ สปป.ลาว มีแนวโน้มคล่องตัวมากขึ้น ด้วยการเปิดใช้เส้นทางคมนาคมใหม่ๆ ระหว่างไทย และ สปป.ลาว โดยไทย และ สปป.ลาวได้เปิดสะพานมิตรภาพเชื่อมโยงระหว่างกันถึง 5 แห่ง ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เชื่อมระหว่าง จ.หนองคาย กับ นครหลวงเวียงจันทน์ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 เชื่อมระหว่าง จ.มุกดาหาร กับ แขวงสะหวันนะเขต สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เชื่อมระหว่าง จ.นครพนม กับ แขวงคำม่วน สะพานข้ามแม่น้ำเหือง เชื่อมระหว่าง อ.ท่าลี่ จ.เลย กับ แขวงไซยะบุรี และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เชื่อมระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับ แขวงบ่อแก้ว
สำหรับสินค้าของไทยที่ได้รับความนิยมในการอุปโภคบริโภคของชาวลาว ได้แก่ สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ผงชูรส สินค้าประเภทน้ำตาล น้ำปลา กะปิ น้ำมันพืช ซอสปรุงรส สินค้าอุปโภคที่จำเป็น อาทิ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม รวมถึงรองเท้า และผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ อาทิ ครีมบำรุงผิวที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวหน้าแลดูอ่อนกว่าวัย ช่วยลบเลือนริ้วรอย ให้ผิวหน้ากระจ่างใส รวมถึงครีมกันแดด เป็นต้น
นอกจากนี้ เมียนมาเป็นประตูเชื่อมโยงไปยังตลาดอินเดีย บังกลาเทศ และจีน ซึ่งเมียนมาถือว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศดังกล่าว และเป็นตลาดการค้าที่สำคัญของไทย รวมทั้งได้ตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อรองรับการลงทุนถึง 3 แห่งด้วยกัน ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ KYAUKPYU ในรัฐ RAKHENE ทางทิศตะวันตกของเมียนมา เขตเศรษฐกิจพิเศษ THILAWA ตอนใต้ของนครย่างกุ้ง และเขตเศรษฐกิจพิเศษ DAWEI มณฑลตะนาวศรีของเมียนมา







