posttoday
ราคาน้ำมันระยะสั้นยังผันผวน

ราคาน้ำมันระยะสั้นยังผันผวน

10 มิถุนายน 2559

โดย มณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ [email protected]

โดย มณฑล  จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ [email protected]

หากกล่าวถึง สินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันถือเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่มีบทบาทต่อบรรยากาศการลงทุนอีกทั้ง ที่ผ่านมาราคาน้ำมันก็มีความผัวผวนพอสมควร เนื่องจากปัจจุบันนี้ สถานการณ์น้ำมันดิบในตลาดโลกกำลังเผชิญกับภาวะกำลังการผลิตเกินความต้องการใช้พลังงาน ส่วนหนึ่งเป็นผลสะท้อนจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงมาทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการได้แหล่งผลิตน้ำมันใหม่ทดแทนดังนั้น เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลงทุนในน้ำมันถัดจากนี้ ซึ่งในมุมมองของบลจ.วรรณจะเป็นอย่างไร และมีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อทิศทางราคาน้ำมัน ผมขอสรุปให้เห็นภาพง่ายๆ 3 ประการ ดังนี้

ปัจจัยแรกที่ผมอยากให้ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในน้ำมันต้องติดตาม คือ ปัจจัยพื้นฐานของราคาน้ำมันเกี่ยวกับอุปสงค์ อุปทานซึ่งก็ใกล้เคียงกับสินค้าโภคภัณฑ์ ทั่วๆไป และ ณ สถานกาณ์ปัจจุบัน ทิศทางของราคาน้ำมันยังถูกกดดันด้วยการหาข้อสรุปของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ทั้งกลุ่ม OPEC และ NON OPEC เพื่อควบคุมปริมาณกำลังการผลิตให้มีความสมดุลกันระหว่างอุปสงค์ คือความต้องการใช้น้ำมันและอุปทานคือความต้องการผลิตน้ำมัน  โดยผลการประชุมโอเปก ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่สามารถกำหนดเพดานการผลิตได้ ขณะเดียวกันประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ของโลก ได้ลดปริมาณการนำเข้าน้ำมัน เนื่องจากมีแหล่งน้ำมันใหม่ คือ Shale Oil ซึ่ง จากเหตุปัจจัยแรกดังกล่าวนั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ทรุดตัวลง จากระดับ 90 กว่าเหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลงมาทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับตัวกลับขึ้นมาที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และตลอดช่วงระยะเวลาความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับพลังงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพการลงทุนที่ไม่สดใสมากนัก เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่  ซึ่งหากเทียบเป็นmarket weightถ้าหุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวลดลง มักกดดันดัชนีโดยรวมให้ผลตอบแทนของตลาดปรับตัวลดลง

ปัจจัยที่สอง คือบรรยากาศการลงทุน ในตลาดน้ำมันปัจจัยนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นปัจจัยที่ มีผลเชิงจิตวิทยา ของผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งมักจะเคลื่อนไหวไปตามกระแสข่าว ซึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา ประเด็นการเกิดเหตุความเสียหายกับท่อขนส่งน้ำมันดิบในประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ของทวีปแอฟริกา และภาวะไฟป่าที่ แอลเบอร์ต้า แคนาดา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันจาก Oil sand ที่สำคัญ ทำให้กำลังการผลิตน้ำมันของโลกลดลงชั่วคราว ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับเหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ได้อย่างสบาย

ปัจจัยอื่นๆ ซึ่งมีอยู่หลายๆ องค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินตราระหว่างประเทศ หรือปัจจัยทางสถิติ (Technical Factor) ในครึ่งปีหลังสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ค่าเงิน ดอลล่าร์ มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้น ดังนั้นการซื้อขาย น้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา เป็นเงินสกุลหลัก ย่อมทำให้ราคาน้ำมันเมื่อคิดเป็นดอลลาร์แล้วจะมีมูลค่าลดลง บ่งชี้ได้ว่า ณ ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบยังไม่มีทิศทางปรับตัวขึ้นสูงได้เท่ากับช่วงอดีตที่ผ่านมา ประกอบกับข้อมูลทางสถิติที่ชี้ให้เห็นว่าราคาน้ำมันได้ ปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วแตะระดับ 48 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น ระยะสั้นยังมีโอกาสผันผวนและปรับฐานอีกครั้ง

สำหรับมุมมองต่อทิศทางราคาน้ำมัน ผมมองระดับราคาน้ำมันแกว่งตัวในกรอบ 45 – 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ต่อไปอีก 3 – 6 เดือนซึ่งหากผู้ลงทุนที่สนใจกระจายลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์น้ำมัน ผมแนะนำให้รอความชัดเจนของราคาน้ำมัน โดยคาดว่าในช่วงปลายปีราคาน้ำมันจะมีความผันผวนลดลง นอกจากนี้ควรติดตามข้อสรุปของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เพราะจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก

•“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค