posttoday
ดอกเบี้ยขาลงยุติไปแล้ว

ดอกเบี้ยขาลงยุติไปแล้ว

06 มิถุนายน 2559

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

ผลการประชุม ECB เป็นไปตามอย่างที่ตลาดคาดหมาย โดยยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0% และคง Deposit Rate ไว้ที่ -0.4% พร้อมกับคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน และจะเริ่มเข้าซื้อพันธบัตรของภาคเอกชนในวันที่ 8 มิ.ย. โดย ECB ปรับคาดการณ์เป้าหมาย GDP Growthของ Euro Zone ปี 2016 ขึ้นเป็น 1.6% จากเดิมที่ 1.4%  คงคาดการณ์ปี 2017 ไว้ที่ 1.7% และลดปี 2018 เหลือ 1.7% จาก 1.8% พร้อมๆกับมีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2016 ขึ้นเป็น 0.2% จาก 0.1%

การที่ ECB มีมุมมองต่อเศรษฐกิจที่ดีมากขึ้น ทำให้โอกาสที่จะมีการออกมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มไปจากเดิมมีน้อยลง เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้ Fed สามารถขึ้นดอกเบียได้ง่ายมากขึ้น

หากยังจำกันได้ ตอนที่ Fed เริ่มขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อ ธ.ค. ปีที่แล้ว Fed มีท่าทีที่ชัดเจนว่าจะมาขึ้นต่อเนื่องในปีนี้อย่างน้อย 4 ครั้ง จนนำไปสู่กระแสเรื่องของ Policy Divergence หรือการดำเนินนโยบายที่ตรงกันข้ามกันของธนาคารกลางอื่นๆทั่วโลก กับ Fed

แต่พอเอาเข้าจริง Fed กลับไม่ดำเนินการอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่มาระมัดระวังในการดำเนินนโยบาย ที่จะไม่ให้แตกต่างจากธนาคารกลางอื่นๆจนเกินไป ด้วยเหตุเพราะ การดำเนินนโยบายที่แตกต่างจะนำไปสู่การแข็งค่าของ US Dollar ซึ่งนั่นจะย้อนกลับมาเป็นผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐเอง

โดยรากเหง้าแล้วเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นมาได้ ก็เพราะ US Dollar มีการอ่อนค่ามาตลอดในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เราจึงได้เห็นการให้สัมภาษณ์ของประธาน Fed คุณ เจเน็ต เยลเลน หลายต่อหลายครั้งว่า Fed จะระวังไม่ให้ดอลลาร์แข็งค่ามากจนเกินไป เพื่อเป็นการรักษาทิศทางภาคส่งออกที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

เพราะฉะนั้นหาก ECB แสดงออกชัดเจนว่าจะคงนโยบายการเงินผ่อนคลายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไป โดยไม่มีการขยายหรือเพิ่มมาตรการอื่นๆ ก็จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ Fed ดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดได้มากขึ้น เช่นการขึ้นดอกเบี้ย ตัวที่จะช่วยตอกย้ำถึงโอกาสในการที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกตัวคือ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น BoJหากยังคงนโยบายไว้ตามเดิมเช่นเดียวกับ ECB ก็น่าจะทำให้ Fed ตัดสินใจง่ายมากขึ้น

ซึ่งการคงมาตรการของทั้ง ECB และ BoJจะเป็นการตอกย้ำว่าสภาวะดอกเบี้ยติดลบ (Negative Interest Rate) ได้จบไปแล้ว

เช่นเดียวกับดอกเบี้ยในประเทศ ก็น่าจะยุติแนวโน้มขาลงไปแล้วเหมือนกันเนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มฟื้นตัว GDP Growth ในงวด 1Q59 มีการขยายตัวที่มากกว่าคาดถึง 3.2% (ศูนย์วิจัยกสิกรคาดไว้ว่าจะขยายตัว 2.8%) ซึ่งสะท้อนว่าการอุปโภคบริโภคในประเทศไม่ได้เลวร้ายอย่างทีคนกลัวกัน  จากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ใช้มาตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ปีที่แล้ว รวมไปถึงการที่รัฐบาลเร่งใช้จ่าย ควบคู่ไปกับเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ก็เป็นอีกสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีกว่าคาด

SET Index ที่ยังคงรักษาเนื้อรักษาตัวได้เหนือ 1,420 จุด ย่อมบ่งบอกว่าตลาดให้ความสำคัญต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed น้อยลงไปจากเดิมมาก และเปลี่ยนไปมองที่การเติบโตทั้งเงินเฟ้อและเศรษฐกิจแทน ถ้าหากทิศทางของกำไรบริษัทจดทะเบียน และเศรษฐกิจในประเทศยังขยายตัวดีอย่างที่ตลาดคาดหวัง SET Index ก็มีโอกาสที่จะไปเกิน 1,500 จุดได้เร็วกว่าที่คาดไว้เดิม

กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะเป็นตัวเด่นในช่วง SET Index วิ่ง Rally คาดว่าจะเน้นไปที่กลุ่มที่อิงกับการอุปโภคบริโภค ทั้งค้าปลีก อาหาร ธนาคารฯ อสังหา รับเหมาฯ การเงิน ประกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน