posttoday
เป็นไปได้อย่างไร

เป็นไปได้อย่างไร

19 พฤษภาคม 2559

ก่อนจะนั่งเขียนต้นฉบับบทความเรื่องนี้ ได้นั่งอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์

โดย...หงส์แดง [email protected]

ก่อนจะนั่งเขียนต้นฉบับบทความเรื่องนี้ ได้นั่งอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ ไปสะดุดเข้ากับข่าวหนึ่งที่พาดหัวทำนองว่า “รัฐบาลเตรียมเปิดช่องทางให้พรรคการเมืองวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ”

เปิดเข้าไปเพื่ออ่านรายละเอียดของข่าวนี้ พบว่าเป็นข่าวที่มาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นการตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามว่า “นายกรัฐมนตรีจะให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูเรื่องของการเตรียมกฎหมายให้พรรคการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็นหรือไม่?”

พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปดูข้อกฎหมายในการเปิดช่องให้พรรคการเมืองแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญได้ โดยให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งไม่ใช่การเปลี่ยนท่าที เพราะก่อนหน้านี้ก็เปิดช่องทางให้แสดงความเห็นอยู่แล้ว”

นั่งอ่านไปอ่านมา คิดขึ้นมาได้ว่าเดี๋ยวนี้เวลาใครจะแสดงความคิดเห็นต้องให้รัฐเป็นเจ้าภาพอย่างนั้นเหรอ

ถึงจะมีความรู้กฎหมายไม่มาก แต่เข้าใจสิทธิของประชาชนในสังคมประชาธิปไตยเป็นสิทธิที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดไม่ใช่เหรอ สิทธิการแสดงความคิดเห็นก็เช่นกัน

รัฐธรรมนูญของไทยตั้งแต่ปี 2540 มาจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 รับรองการให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมาโดยตลอด อย่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ดังนี้

“ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้”

แปลไทยเป็นไทยได้ความว่า สิทธิเสรีภาพที่ประชาชนเคยมีอยู่อย่างไรก็ต้องมีอยู่อย่างนั้น อะไรก็ตามที่จะเข้ามาขัดขวางไม่ให้ประชาชนใช้สิทธิ หรือเข้าถึงสิทธิที่ว่ามาในมาตรา 4 ไม่สามารถกระทำได้

เห็นแบบนี้เลยสงสัยว่ารัฐบาลจะมาจัดช่องทางแสดงความเห็นทำไม ในเมื่อเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอยู่แล้ว และประชาชนสามารถอาศัยมาตรา 4 แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญได้เต็มที่ด้วยความสุจริต เว้นแต่เป็นการยั่วยุและสร้างความเกลียดชัง

ปัญหาเรื่องสิทธิเสรีภาพที่กระทบกระทั่งกันอยู่ทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการตีความกฎหมายของฝ่ายความมั่นคง

โดยมองว่าใครก็ตามที่วิพากษ์วิจารณ์ถือว่าเป็นกลุ่มที่ทำลายความสงบของบ้านเมือง ดังนั้น ต้องดำเนินการบังคับกฎหมายให้อยู่ในแถว

อันนี้ก็ไม่เถียงนะครับว่ามีบางกลุ่มบางแก๊งที่ใช้โอกาสนี้สร้างความปั่นป่วน แต่อย่าลืมว่ากลุ่มคนที่แสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริตก็มีอยู่ไม่น้อย

ทว่าทุกวันนี้ถ้าพวกเราไม่หลอกตัวเองกัน ถามว่าเรายังสามารถแสดงความคิดเห็นในเรื่องสำคัญที่มีผลกับทุกคนอย่างร่างรัฐธรรมนูญที่ทุกคนต้องไปใช้สิทธิลงประชามติว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ตามครรลองประชาธิปไตยหรือไม่

ส่วนตัวเชื่อมาเสมอว่าคนไทยทุกคนมีวิจารณญาณพอที่รับฟังได้ว่าความคิดเห็นของใครสุจริตหรือเจตนาไม่บริสุทธิ์ โดยไม่จำเป็นต้องมีใครมากลั่นกรองก่อน

สังคมประชาธิปไตยของไทยจะเจริญเติบโตไปได้ขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ให้ใครมาบอกว่าต้องเป็นอย่างนั้นหรืออย่างนี้ของผู้มีอำนาจเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน