posttoday
ต้องจบให้ได้

ต้องจบให้ได้

18 พฤษภาคม 2559

ชักเย่อกันไปมาระหว่างฝ่ายผู้แจ้งข้อหาอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กับผู้ต้องเตรียมรับทราบข้อหาอย่าง “ธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย

โดย...ขำ เคืองใจ  [email protected]

ชักเย่อกันไปมาระหว่างฝ่ายผู้แจ้งข้อหาอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กับผู้ต้องเตรียมรับทราบข้อหาอย่าง “ธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ในคดีความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร

ตกลงจะได้แจ้งข้อหาหรือไม่ จะไปแจ้งข้อหากันที่ไหน หรือไม่อยู่รับทราบข้อหากันแล้ว?!?

ครั้นดีเอสไอขอนิมนต์หลวงพ่อมารับทราบข้อหาที่สำนักงานก็บ่ายเบี่ยง โดยทนายความฝ่ายธัมมชโย งัดหลักฐานใบรับรองแพทย์จากคลินิกที่ตั้งอยู่บริเวณวัด อ้างว่าธัมมชโยอาพาธหนัก แข้งขาปูดบวม ไม่สามารถเดินเหินสะดวก จึงขอให้ดีเอสไอยกคณะมาหาหลวงพ่อเสียเอง

แหม! กระพือข่าวกันมาว่าบรรดาสาวกเตรียมพิธีการต้อนรับ วางแผนล้อมหน้าล้อมหลัง เมื่อเป็นเยี่ยงนี้ ดีเอสไอต้องพิจารณาอยู่เหมือนกัน เกรงเดินทางไปแล้วจะปฏิบัติหน้าที่ไม่สะดวก

เดี๋ยวเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ จนเกิดอาการบาดเจ็บ ขาพลิก ขาเดี้ยงเหมือนเจ้าอาวาส ใครจะรับผิดชอบ จึงต้องหาเหตุชี้แจงตามข้อกฎหมาย การแจ้งข้อหาไม่จำเป็นต้องไปที่วัด จะแจ้งที่ไหนก็ได้

ล่าสุด ดีเอสไอตัดสินใจเดินทางไปศาลอาญาขออนุมัติหมายจับซะเลย ซึ่งไม่ได้เป็นการขออนุมัติหมายจับครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สอง

ก่อนหน้านี้ ศาลไม่อนุมัติหมายจับโดยให้เหตุผลการยกคำร้องว่า ธัมมชโยไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและมีอาการอาพาธจริง จึงขอให้ดีเอสไอออกหมายเป็นครั้งที่ 3 อีกครั้งเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา

แต่ทางทนายความได้ยื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอไปแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดอีก จนที่สุดดีเอสไอมีมติไม่เดินทางไปตามคำร้องขอของทีมทนายความ ก่อนจะมีการพิจารณาเอกสารหลักฐานวานนี้เพื่อขอหมายจับอีกครั้ง

ซุ่มเสียงของ พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านกล่าวไว้เมื่อวันที่เกิดรายการชักเย่อแจ้งข้อหาก่อนมาถึงวันขออนุญาตศาลออกหมายจับอีกระลอก กล่าวไว้ดังนี้ครับ

“ที่มองกันว่าจะมีการล้อมกรอบพนักงานสอบสวนนั้นจะทำได้อย่างไรบ้านเมืองมีขื่อมีแป เจ้าหน้าที่ทำงานตามกฎหมาย ผมบอกไปว่าไม่ต้องกลัว ถ้าจำเป็นต้องไปก็ต้องไป อะไรที่มีความจำเป็นเราทำให้ทั้งหมดเพื่อให้คดีจบให้ได้” 

ด้านหนึ่งเป็นการปลุกขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากให้ยึดถือกระบวนการยุติธรรม ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ต้องหวั่นเกรงกฎหมู่ ทำนองว่าไฟเขียวให้แวะไปที่วัดพระธรรมกายบ้างก็ได้โดยไม่ต้องกลัวเกรงอะไร 

แต่เมื่อตรึกตรองถ้อยความ พล.อ.ไพบูลย์ โดยเฉพาะความตอนสุดท้าย “เพื่อให้คดีจบให้ได้”  ตรงนี้สิ ไม่แน่ใจอีกนั่นล่ะจะให้จบอย่างไร หรือแค่ให้
ดีเอสไอจบในขั้นตอนออกหมายจับ

แค่การแจ้งข้อหายังยื้อยุดอย่างนี้ กระบวนการดำเนินคดียังไม่ได้ไปถึงกลางทางสักเท่าไหร่ พึงพิจารณากว่าคดีจะไปถึงศาล ต่อสู้ดัวยพยานหลักฐาน เปิดคำให้การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ น่าจะยืดยาวกันเป็นปีๆ

ยิ่งพลิกดูคดีความเกี่ยวกับพระชั้นผู้ใหญ่ เช่น ยันตระ หรือจะเป็นพระไฮโซอย่างเณรคำ ฯลฯ เมื่อต้องคดีความผิด ต่างมีเรี่ยวแรงแข้งขาเดินทางไปแสวงโชคในต่างประเทศ รอให้คดีหมดอายุความ 

ฉะนั้น รัฐบาล คสช.จะให้คดีธัมมชโยจบแบบไหน หรือแค่จบภาคแรก“ออกหมายจับ” ไปติดตามกันต่อภาคสอง-สาม กลายเป็นมหากาพย์ในรัฐบาลหน้า  อืม!...น่าคิด...

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน