
ราคาทองคำยืนสวนความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดยปกติแล้วราคาทองคำจะปรับตัวลดลงเมื่อค่าเงินดอลลาร์แข็งค่ามากขึ้น แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น แต่ราคาทองคำกลับไม่ปรับตัวลดลงไปมากนัก โดยดัชนีดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้น 0.73% สู่ระดับ 94.58 จุด ส่วนค่าเงินยูโรเองก็อ่อนค่าลงจากระดับ 1.1405 ดอลลาร์/ยูโร ลงมาที่ระดับ 1.1313 ดอลลาร์/ยูโร หรือคิดเป็นกว่า 0.81% โดยทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1.1283 ดอลลาร์/ยูโร ซึ่งโดยปกติแล้วราคาทองคำน่าจะปรับตัวลดลงตามสภาวะของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน แต่การที่ราคาทองคำยังคงยืนอยู่เหนือระดับ 1,265 เหรียญได้ เนื่องมาจากการเข้าซื้อทองคำของกองทุน SPDR อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน พ.ค. นี้ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. เป็นต้นมา
กองทุน SPDR ได้เข้าซื้อทองคำทุกวันทำการ รวมในเดือน พ.ค. นี้ กองทุน SPDR ซื้อทองคำแล้วไปแล้วทั้งสิ้น 46.99 ตัน บ่งบอกให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดทองคำที่เริ่มยืนสวนกระแสค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และส่งผลต่อเนื่องให้ราคาทองคำของไทยเองก็ปรับตัวลดลงไม่มากนัก และสามารถทรงตัวบริเวณ 21,300 บาท/บาททองคำได้
ในขณะที่ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง อันจะเห็นได้ว่าตัวเลขยอดค้าปลีกและความเชื่อมั่นผู้บริโภคในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯในสัปดาห์นี้โดยส่วนใหญ่คาดว่าจะออกมาดีขึ้น ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค, ตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์, และตัวเลขภาคการผลิต จึงส่งผลให้ในระยะสั้นราคาทองคำยังคงต้องเผชิญกับแรงเทขายจากความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง ไปจนกว่าแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะมีความชัดเจน
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำในระยะสั้นยังคงผันผวน แต่เริ่มผันผวนเข้าสู่กรอบแคบ ระหว่าง 1,260 –1,275 เหรียญ และยังคงมีความผันผวนในรายวันค่อนข้างสูงและขึ้นลงรวดเร็ว โดยราคาทองคำมีแนวรับสำคัญอยู่ที่บริเวณ 1,260 เหรียญ และ 1,250 เหรียญ ตามลำดับ ถ้าในสัปดาห์หน้าราคาทองคำยังสามารถยืนอยู่ได้ในบริเวณนี้ ทองคำน่าจะกลับเข้าสู่แนวโน้มทิศทางขาขึ้นได้ เนื่องจากสภาวะตลาดในขณะนี้ ราคาทองคำสามารถยืนสวนทางกับภาวะตลาดโดยรวมได้ แม้จะมีแรงกดดันค่อนข้างมากก็ตาม โดยราคาทองคำมีแนวต้านแรกที่ระดับ 1,280 เหรียญ และ แนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1,300 เหรียญ วิเคราะห์ได้ว่าโดยภาพระยะกลางและระยะยาว ราคาทองคำยังถือว่าเป็นทิศทางขาขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนยังคงต้องควบคุมความเสี่ยงให้ดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากในระยะสั้นจะเห็นความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์ ดังนั้นต้องคอยติดตามแรงตอบรับในการเข้าซื้อของกองทุน SPDR ว่าจะสามารถยันไว้ได้มากเพียงใด โดยหากสามารถยันต่อเนื่องได้อีก 1 สัปดาห์ น่าจะสามารถกลบแรงกดดันในทิศทางขาลงโดยภาพรวมได้ ขณะที่แรงขายทองคำจริง (Physical Gold) นั้นเริ่มอ่อนแรงลงไปมากพอสมควร ดังนั้นจึงยังคงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ขายทำกำไรในระยะสั้น บริเวณแนวต้านสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวน
ราคาทองคำของไทยนั้นได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทเป็นอย่างมาก โดยทุกๆค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลงไป 1 บาท/ดอลลาร์ จะกระทบต่อราคาทองคำในไทย ราว 650 บาท/บาททองคำ ดังนั้นแล้วเพื่อขจัดปัจจัยของค่าเงินบาทออกไป ในขณะนี้ตลาด TFEX กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่คือ Electronic Gold หรือ E-Gold ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนทุกท่านด้วยการซื้อขายทองคำในสกุลดอลลาร์ และทำให้นักลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเงินบาทที่ผันผวนอีกต่อไป MTS Gold Futures ในฐานะผู้นำการลงทุนในตลาด TFEX มีเครื่องมือการลงทุนที่ครบถ้วน คำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสม และงานสัมมนาที่ครบครัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนให้แก่นักลงทุนทุกท่าน สนใจลงทุนทองคำติดต่อ MTS Call Center 02-770-7777
ทั้งนี้ MTS Gold ขอเชิญชวนนักลงทุนทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ “ทองคำ ดาวเด่นการลงทุนปี 59”ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริเวณถนนรัชดาภิเษก เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าในการลงทุนทองคำในปีแห่งทองคำนี้ต่อไป







