posttoday
สังหรณ์ใจแปลกๆ

สังหรณ์ใจแปลกๆ

10 พฤษภาคม 2559

การเมืองที่เคยดูสงบ ราบเรียบ ไร้คลื่นลมมานาน มาตอนนี้กลับมีสัญญาณแปลกๆ

โดย...หงส์แดง [email protected]

การเมืองที่เคยดูสงบ ราบเรียบ ไร้คลื่นลมมานาน มาตอนนี้กลับมีสัญญาณแปลกๆ ออกมาให้เห็น หลังจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ฝ่ายต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มออกมาจากใต้ดิน ใช้สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กระหน่ำร่างรัฐธรรมนูญเลยไปถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเต็มที่

ส่วนขาประจำอย่าง “พรรคเพื่อไทย” ก็ไม่พลาดอยู่แล้ว เรียกได้ผูกขาดการเป็นอริเบอร์หนึ่งของ คสช.มาตลอดตั้งแต่การรัฐประหาร

ฝ่ายสนับสนุน เห็นจะมีเพียงทางกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เท่านั้นที่ออกตัวเป็นผู้สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ

ด้านหน่วยงานความมั่นคง ก็เฝ้าฝ่ายต่อต้านแบบไม่กะพริบตา ใครทำอะไรแหลมๆ มาต้องจับให้หมด

ที่สำคัญ ใช้เครื่องมือทางกฎหมายแบบเต็มประสิทธิภาพ ทั้งกฎหมายประชามติ กฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมพ์ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

การใช้กฎหมายหลายฉบับแบบนี้ ไม่ได้แปลกอะไรหรอก เพราะตามหลักใครทำผิดกรณีใดแล้วกรณีนั้นเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องไปยังกฎหมายอื่น ก็ต้องรับผิดด้วย เหมือนกับเวลานักการเมืองที่ทุจริต ป.ป.ช.จะเอาผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.พ่วงประมวลกฎหมายอาญา

เพียงแต่การใช้กฎหมายควบคุมการแสดงความคิดเห็น ดูจะเกินไปหน่อย

“ใครทำผิดต้องรับโทษ” หลักการนี้ทุกคนเข้าใจกันดี ไม่มีใครเถียง แต่แบบไหนล่ะ ที่ถือว่าเป็นความผิด

การที่ใครคนหนึ่งบอกว่า “ไม่ขอรับร่างรัฐธรรมนูญ” ผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองที่หลายคนอาจได้เห็น หรือการซื้อขายเสื้อโหวตโน เหล่านี้เป็นความผิดถึงขั้นที่สมควรต้องให้ติดคุกประหนึ่งอาชญากรหรือไม่

ลึกๆ แล้วก็เห็นใจ กกต.และฝ่ายความมั่นคงที่ต้องการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แต่เชื่อเหรอครับว่าจะใช้กำปั้นเหล็กคุมทุกอย่างได้

ตรงนี้แหละที่เริ่มชักสังหรณ์ใจแปลกๆ

ต้องไม่ลืมนะครับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยเป็น ผบ.ทบ.ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์มาก่อน เวลานั้นการเลือกตั้ง สส.ต้องล่มลงไม่เป็นท่า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการไม่มีใครยอมใคร

รัฐบาลยิ่งลักษณ์สั่งลุยเลือกตั้งเต็มที่ ส่วนฝ่าย กปปส.ก็ลุยค้านทุกที่เหมือนกัน

สถานการณ์ในวันนั้นกับวันนี้ อาจเป็นบริบทที่แตกต่างกัน แต่ความวุ่นวายแทบจะไม่แตกต่างกัน

พล.อ.ประยุทธ์ ได้เห็นบทเรียนนั้นมาแล้ว ย่อมไม่ยอมให้ประเทศกลับไปเป็นแบบเดิมแน่ๆ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ท่านนายกฯ ถึงตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ชวนให้ตีความว่าอาจมีการยุติการประชามติกลางคัน

“กฎหมายเขาว่าอย่างไร ก็ทำไป ทำไม่ได้ก็ไม่ทำ ทำไม่ได้คือทำไม่ได้ มาประท้วงกันทำไม่ได้ แล้วจะดันประชามติได้หรือไม่ ก็เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เลือกได้หรือไม่ เสนอกันไปมาจนตีกัน จนเลือกตั้งไม่ได้ วันนี้เสนอแล้วถ้ายังตีกันอีก แล้วจะทำยังไงก็กลับที่เดิมทุกอย่างเหนื่อยเปล่า” คำพูดของนายกฯ ในวันนั้น

ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านสังหรณ์ใจเหมือนกันหรือเปล่า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน