
เลือกตั้ง-คนโกง- การปกครอง
ในขณะที่เรากำลังจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวพิเศษ 4 วัน ฟิลิปปินส์กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในวันที่ 9 พ.ค.นี้
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์ [email protected]
ในขณะที่เรากำลังจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวพิเศษ 4 วัน ฟิลิปปินส์กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในวันที่ 9 พ.ค.นี้
อย่างที่เคยเล่าไปครับ การเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ครั้งนี้ มีผู้สมัครชิงตำแหน่งทั้งสิ้น 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน
เมื่อ 2 เดือนที่แล้วผู้ที่มีคะแนนนิยมนำโด่งอยู่คือ มาร์ ร็อกซาส ที่ 2 แห่งพรรคลิเบอรัล ตามด้วย โรดริโก ดูเตอร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา
แต่มาถึงราวปลายเดือนที่ผ่านมา ผลสำรวจคะแนนนิยมเริ่มเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ดูเตอร์เต ซึ่งเคยเป็นที่ 2 ขึ้นมานำเป็นที่ 1 และเกรซ โป สตรีผู้สมัครอิสระ มีคะแนนตามขึ้นมาเป็นที่ 2
มาถึงโค้งสุดท้ายแบบนี้ นโยบายจึงไม่ใช่สิ่งเดียวอีกต่อไปที่ผู้สมัครฟิลิปปินส์จะใช้ในการเอาชนะการเลือกตั้ง อีกสิ่งหนึ่งที่นำมาใช้คือเรื่อง “ความโปร่งใส”
ไม่ได้บอกกันตรงๆ ว่าตัวเองโปร่งใส แต่พยายามพิสูจน์ว่าคนอื่นไม่โปร่งใส คนที่โดนเรื่องนี้หนักที่สุดคือ ผู้ที่มีคะแนนนิยมสูงสุดอยู่ในขณะนี้ครับ
ดูเตอร์เตถูกผู้สมัครคนอื่นกดดันให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายกเทศมนตรีที่เขาดำรงตำแหน่งอยู่ เนื่องจากมีผู้ให้ข้อมูลว่ามีเงินไหลเข้าบัญชีของดูเตอร์เตราว 2,400 ล้านเปโซ
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ดูเตอร์เตไม่ยอมเปิดเผยครับ ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมาก็ให้ทนายมาบอกว่าธนาคารยังให้เปิดเผยไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการปกป้องข้อมูลลูกค้าของธนาคาร
เรื่องนี้น่าจะสั่นคลอนคะแนนนิยมของดูเตอร์เตบ้างพอสมควรครับ เพราะที่ผ่านมาฟิลิปปินส์นับเป็นประเทศที่เผชิญปัญหานักการเมืองคอร์รัปชั่นหนักที่สุดประเทศหนึ่งของอาเซียน อีกทั้งดูเตอร์เตเองก็ชูนโยบายขจัดคอร์รัปชั่นเอาไว้ด้วย
ในฟิลิปปินส์เองยังมีความพยายามสร้างความโปร่งใส ขจัดคนโกง ผ่านผู้นำคนใหม่เรื่องอื่นด้วยครับ เช่น กฎหมายต่อต้านเครือญาติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ฟิลิปปินส์กับไทยน่าจะคล้ายกันพอสมควรในเรื่องนี้ คือ มีนักการเมืองนามสกุลเดิมๆ ข้าราชการนามสกุลเดิมๆ อยู่ในวงการเต็มไปหมด กลายเป็นการปกครองแบบวงศ์วานว่านเครือ
ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์จึงพยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ โดยการดูแบบอย่างกฎหมายจากประเทศแถบละตินอเมริกา เพื่อหวังว่าจะเอามาเสนอเข้าสภา ทำให้การเมืองฟิลิปปินส์เปิดกว้างต่อผู้สมัครหน้าใหม่มากขึ้น มีความโปร่งใสมากขึ้น มีธรรมาภิบาลมากขึ้น และมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
เรื่องนี้จึงกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกถามไปยังผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้ง 5 คนด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าการปกครองฟิลิปปินส์ในวันข้างหน้าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร
ช่วงสัปดาห์สุดท้ายนี้ จึงเป็นช่วงสัปดาห์ชี้ชะตาของชาวฟิลิปปินส์ครับ
ผู้ที่จะนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้อีก 6 ปีจะเป็นใคร จะโกง ไม่โกง โปร่งใสไม่โปร่งใส สร้างสรรค์โอกาสให้ประเทศ เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคแบบใด
สัปดาห์หน้าคงได้เห็นกันครับ







