posttoday
หุ้นกู้...ชื่อยาว

หุ้นกู้...ชื่อยาว

28 เมษายน 2559

โดย ปริย เตชมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

โดย ปริย เตชมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ผู้ลงทุนเคยได้ยินชื่อตราสารประเภทหนึ่งที่มีชื่อค่อนข้างยาวสักนิดว่า “หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน” บ้างไหมครับ ที่มีชื่อยาวเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการอธิบายลักษณะสำคัญของตราสารประเภทนี้ให้ชัด

เริ่มจากส่วนแรกของชื่อ “หุ้นกู้ด้อยสิทธิ” ผู้ที่ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ แต่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ภายหลังเจ้าหนี้สามัญรายอื่นๆ ของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้  เช่น หากผู้ออกหุ้นกู้เลิกกิจการหรือล้มละลาย

ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิจะได้รับเงินคืนหลังเจ้าหนี้รายอื่น (แต่ได้ก่อนผู้ถือหุ้นที่จะมีฐานะเป็นเจ้าของบริษัทนะครับ) และอาจได้เงินคืนทั้งหมด หรือบางส่วน หรือไม่ได้เงินคืนเลยก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

ส่วนที่สอง ที่บอกว่า “มีลักษณะคล้ายทุน” หรือคล้ายหุ้นนั้น ก็เป็นเพราะหุ้นกู้มีกำหนดไถ่ถอนเมื่อผู้ออกเลิกกิจการ ดังนั้น ผู้ถือหุ้นกู้อาจไม่ได้รับคืนเงินต้นที่ลงทุนไปนั้นในขณะที่ยังถือหุ้นกู้อยู่ และถึงแม้จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ เหมือนหุ้นกู้ทั่วไป แต่อาจมีเงื่อนไขไม่จ่ายดอกเบี้ย คล้ายกับการถือหุ้นที่อาจไม่ได้รับเงินปันผล หรือบางทีก็ยกยอดไปจ่ายงวดอื่นก็ได้ นอกจากนี้ ยังไม่มีการกำหนดอายุของหุ้นกู้ด้วย

ทีนี้ ถ้าผู้ลงทุนอยากได้คืนเงินต้นจะทำอย่างไร ก็มีทางเป็นไปได้อยู่เหมือนกันครับ เช่น กรณีที่ผู้ออกตัดสินใจขอไถ่ถอนเองตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หรือเรานำไปขายให้กับคนอื่น โดยอาจจะขายในตลาดรองในกรณีที่หุ้นกู้ดังกล่าวได้มีการจดทะเบียนในตลาดรอง ซึ่งปกติแล้วหุ้นกู้ประเภทนี้ก็อาจจะไม่ได้มีสภาพคล่องที่จะมีคนมารับซื้อเปลี่ยนมือกันมากนัก เวลาขายก็อาจจะต้องขายที่ราคาลดจากหน้าตั๋ว เพื่อจูงใจให้คนซื้อนะครับ

“หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน” ด้วยลักษณะของหุ้นกู้ประเภทนี้ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง  ผู้ออกจึงต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ในอัตราที่สูงเพื่อจูงใจผู้ลงทุน   ซึ่งคงจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนไปครั้งเดียวแล้วรอรับแต่ดอกเบี้ยและสามารถรับความเสี่ยงได้สูง เพราะมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตรงเวลาหรือยกยอดออกไปรวมกับงวดถัด ๆ ไป  นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับด้วย เนื่องจากหุ้นกู้ประเภทนี้มักกำหนดการจ่ายอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด (เช่น อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล) และบวกอัตราเพิ่มอีกตามความเสี่ยงของผู้ออก  ทั้งนี้ บริษัทจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนดนั้นไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง  หลังจากนั้นทุกจำนวนปีที่กำหนด (เช่น ทุกๆ 5 ปี) ก็จะปรับอัตราดอกเบี้ยกันอีกครั้ง โดยสรุปแล้วดอกเบี้ยที่จะได้รับในแต่ละช่วงปีที่จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนั้นก็อาจจะสูงหรือต่ำก็ได้ ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงและอัตราเพิ่มที่กำหนดไว้ครับ

เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ห้ามพลาดเด็ดขาดก่อนการลงทุนคือ ควรศึกษาข้อมูล "อันดับเครดิต” (Credit Rating)ของหุ้นกู้ และบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ เพื่อใช้ในการประเมินโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยประกอบกับประเมินความเสี่ยงที่ท่านสามารถรับได้ลองมาดูความหมายของอันดับเครดิตตามตารางนะครับ

ตัวอักษรข้างต้นอาจจะมีเครื่องหมาย + หรือ – เช่น AA - A + เพื่อแสดงความแตกต่างของอันดับเครดิตให้ละเอียดขึ้นได้ซึ่งตามมาตรฐานแล้ว ถ้าเป็นBBB ขึ้นไปจนถึง AAA จะถือว่าหุ้นกู้ดังกล่าวอยู่ในระดับ

น่าลงทุน (investment grade) แต่ถ้าต่ำกว่า BBB ลงไป มักเป็นหุ้นกู้ในระดับที่ลงทุนเพื่อเก็งกำไร (speculative) คือความเสี่ยงสูงนั่นเองครับ
ก็ขอฝากเอาไว้นะครับ ไม่ว่าจะลงทุนในตราสารอะไร ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ให้ดี และประเมินทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยง ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อนการลงทุนเสมอนะครับ

**ขอเรียนเชิญ SMEs startup และผู้สนใจร่วมงาน “Startup Thailand 2016” ในวันที่ 28 เม.ย.  – 1พ.ค. 59 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และstartup ได้ร่วมกันจัดขึ้น

ท่านจะได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ startup, incubator, venture capital ที่ประสบความสำเร็จ จากทั่วประเทศครับ และหากสนใจการระดมทุนแบบ equity crowdfunding หรือการเป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ตัวกลางในการระดมทุน (funding portal) ก็ขอเชิญสนทนากับทีมงานของ ก.ล.ต. ได้ในบูธ ก.ล.ต. โซน FinTechหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1207 กด 4 นะครับ**

ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ


 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน