
ปราบโกงจริงป่าว
เข้าใกล้วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้นเท่าไหร่ บรรดาขุนทหาร คสช. และพลพรรคที่อยู่รายล้อม
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
เข้าใกล้วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้นเท่าไหร่ บรรดาขุนทหาร คสช. และพลพรรคที่อยู่รายล้อม ก็ยิ่งแสดงความเขลามากขึ้นทุกที โดยเฉพาะการออกปฏิกิริยาบล็อกการแสดงออก “โหวตโน” ร่างรัฐธรรมนูญ
ถึงขนาดต้องใช้กฎหมายที่เขียนจากวาจาสิทธิ์ท่านผู้นำ และใช้วิธีขู่เข็ญด้วยการเอาโทษจำคุก “10 ปี” มาอ้าง เพื่อไม่ให้มีความคิดเห็นใดๆ ที่แย้งกับรัฐธรรมนูญ
ประหลาดดี เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งพูดออกมาสัปดาห์ที่แล้วว่า ชาวนาไม่มีทางเข้าใจประชาธิปไตย และคนตัดหญ้าไม่มีทางเข้าใจรัฐธรรมนูญ เพราะเนื้อหาละเอียด-ซับซ้อน
แต่ในทางกลับกัน รัฐบาลกลับแสดงออกทุกวิถีทางเพื่อปิดกั้นไม่ให้คนที่เห็นต่างแสดงความเห็นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ห้ามแม้กระทั่งไม่ให้ใส่เสื้อ “โหวตโน” ราวกับว่ารัฐธรรมนูญเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของรัฐบาลและ คสช.เพียงกลุ่มเดียว
เมื่อจะจัดเวที “ดีเบต” เพื่อให้ประชาชนชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสีย รัฐก็ไม่ยอม ทำได้เพียงการให้กระทรวงมหาดไทยจัดเวทีให้ความรู้ผ่าน “ผู้นำชุมชน”
เท่ากับให้ประชาชนต้อง “โหวตเยส” เท่านั้น ทั้งที่การลงประชามติ ประชาชนมีตัวเลือกให้กากบาท 2 ช่อง คือ รับ และไม่รับ
วิธีเดียวที่จะอธิบายรัฐธรรมนูญ ก็คือฟังคำพรรณนาของขุนทหาร
ซึ่งก็เป็นขุนทหารคนเดียวกับที่เคยบอกว่าจะไม่รัฐประหาร ขุนทหารคนเดียวกับที่เคยบอกว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” และขุนทหารคนเดียวกับที่อนุมัติให้ญาติพี่น้องตัวเองบรรจุเข้ารับราชการโดยไม่ต้องเปิดสอบ
คำพูดของเขาก็คือบอกว่าเป็น “รัฐธรรมนูญปราบโกง” แต่เมื่อเอาเข้าจริงๆ มองไปถึงรายละเอียด ก็จะพบว่าเต็มไปด้วยการเปิดช่องให้คนบางกลุ่ม “คอร์รัปชั่น” ที่เต็มไปหมด
เป็นต้นว่า การให้ สว.มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารทั้งหมด ซ้ำยังให้อำนาจอย่างกว้างขวาง รวมถึงให้ผู้นำทหารเป็น สว.โดยอัตโนมัติ ด้วยการอ้างเหตุผลว่าการ “ปฏิรูป” ยังไม่สิ้นสุด
ขณะเดียวกัน ก็ยังทำลายหลักการ “แบ่งแยกอำนาจ” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยมอบอำนาจทางการเมืองการปกครอง ให้กับ “ตุลาการ” โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ-องค์กรอิสระ เพื่อควบคุมรัฐสภาและรัฐบาล แต่กลับไม่มีวิธีใดๆ ที่จะสามารถตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ได้
หากองค์กรเหล่านี้ตัดสินใจเลือกข้างทางการเมือง หรือใช้อำนาจที่มีบิดเบือนกฎหมายเสียเอง ใครจะเป็นผู้ตรวจสอบ
และหากรัฐบาลชุดหน้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเทวดายังสร้างล็อกไว้มากมายจนแทบแก้ไม่ได้ วิธีเดียวที่จะแก้ได้ก็คือหาข้ออ้างเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญ แบบเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำ แล้วก็ใช้วงจรเดิมสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาอีก
การบังคับให้ประชามติจึงไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าการบอกกับชาวโลกว่ากำลังสร้างประชาธิปไตย ทว่า ไส้ในของการปกครองภายหลังการลงประชามติและหลังรัฐธรรมนูญยังเต็มไปด้วยซากเดนของระบอบรัฐประหารเต็มเปี่ยม
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่พร่ำบอกว่าเป็นทางออก จึงเป็นแค่ทางลงของคณะรัฐประหาร เพื่อต่อท่อให้ตัวเองและพวกพ้องยังคงครองอำนาจต่อไปแบบสวยๆ เท่านั้น







