posttoday
ไม่อ่านแต่รู้ดี

ไม่อ่านแต่รู้ดี

19 เมษายน 2559

เจอะเจอพรรคพวกเพื่อนฝูงประเภทคอการเมืองทีไร มักตั้งคำถามยอดฮิต “ผ่านไม่ผ่าน”

โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]

เจอะเจอพรรคพวกเพื่อนฝูงประเภทคอการเมืองทีไร มักตั้งคำถามยอดฮิต “ผ่านไม่ผ่าน”

คงไม่ใช่เรื่องใครแอบลักลอบเข้าประเทศผ่านด่าน ตม.ได้หรือเปล่า หรือประเด็นเรื่องศิลปินดาราใช้สิทธิโชว์ใบรับรองแพทย์จะผ่านหรือไม่ผ่านการเกณฑ์ทหารหรือไม่หรอกครับ

แต่คำถาม “ผ่านไม่ผ่าน” เป็นเรื่องของการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กะเกณฑ์ไว้ประมาณวันที่ 7 ส.ค. 2559

แหม! ใครจะตรัสรู้ล่วงหน้าได้ล่ะครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่อาจารย์มีชัยและคณะกรรมการร่างฯ ทำการตบแต่งออกมาจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะผู้ให้คำตอบคือประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศต่างหาก

ฉะนั้น คนที่ออกมาพูดทั้งที่แจ้งและที่ลับ เป็นการคาดการณ์เสียมากกว่า แถมมีประเภทชอบจับประเด็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนำมาพนันขันต่ออยู่เรื่อย 

อย่างเช่นพรรคนั้นจะชนะพรรคนี้มั้ย ว่ามาราคาเท่าไร แล้วนี่จะมาเรื่องผ่านไม่ผ่านอีกแล้ว อันนี้ไม่สนับสนุนนะครับ เพียงแต่เล่าให้เห็นถึงพฤติกรรมของคนในสังคมไทยหนีไม่พ้นเรื่องพรรค์นี้

อย่างที่กล่าวข้างต้น ผ่านหรือไม่ผ่าน อยู่ที่พลังเสียงของประชาชน อดคิดไม่ได้ถึงนักการเมืองประเภทผีเจาะปาก ให้สัมภาษณ์สื่อสามเวลาหลังอาหาร บอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ แถมท้าด้วยว่า หากผ่านการประชามติ จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง

เมื่อถามนักการเมืองผู้กำลังสวมบทนักทำนาย “รู้ได้ยังไงจะไม่ผ่านประชามติ” ปรากฏว่านักการเมืองผู้นั้นตอบว่า “เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย” เมื่อถามต่อไปว่า “มาตราไหนเหรอระบุว่าไม่เป็นประชาธิปไตย” นักการเมืองรายเดิมเข้าขั้นถามช้างตอบม้า ด้วยการตัดบทว่า “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันร่างโดยคณะทหารไง”

นอกจากตอบไม่ตรงคำถาม ยังตอบไปเรื่อยในลักษณะได้ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญบ้างหรือเปล่า อีกอย่างได้เรียนรู้ความเป็นไปของบ้านเมืองก่อนนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่คณะทหารร่างสักหน่อยหรือเปล่า

ครั้นอยากถามแบบเกมชิงร้อยชิงล้านให้รางวัลกันไปเลยว่า “ท่านครับ เคยอ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายมีชัยบ้างหรือเปล่า อ่านกี่ครั้ง กี่มาตรา แต่ละมาตราอธิบายไว้อย่างไร สรุปสาระสำคัญเป็นอย่างไรบ้าง” หรือ “กรุณาเปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยกับปี 2540 ปี 2550 มีข้อเด่นข้อด้อยต่างกันอย่างไร” 

แบบว่าไม่ได้ดูถูกท่านนักการเมืองหรอก แต่รู้คำตอบล่วงหน้า นักการเมืองเหล่านั้นจะตอบว่า “ไม่เคยอ่านเลย หรือ อ่านบ้างเล็กน้อย”

ฉะนั้น เมื่อไม่อ่าน ไม่เคยศึกษา แต่สามารถตอบได้ว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่จะส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติ ไม่สมควรรับร่างรัฐธรรมนูญ ก็จึงเกิดข้อฉงนสงสัย ท่านเอาฐานความคิดใดมาเป็นตัวตัดสิน?!?

การสรรหาวาทกรรมเข้าใจง่ายๆ ตามประสานักการเมืองที่กระทำกันอยู่ขณะนี้ เพื่อให้ประชาชนใหลหลงเออออทำได้ในยุคหนึ่ง แต่ยุคนี้อาจยากในเมื่อประชาชนมีหลักคิด พิจารณา ไม่ปล่อยให้นักการเมืองจูงจมูก

ยิ่งเห็นนักการเมืองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กำลังกลัวจนตัวสั่นต่อกติกาในร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งทำให้ประชาชนตัดสินใจต่อการลงประชามติง่ายขึ้นด้วยครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค