
ความท้าทาย ของอูถิ่นจอ (จบ)
หลังจากรู้จักประธานาธิบดี อูถิ่นจอ ใน 2 ตอนที่ผ่านมา แน่นอนว่าเส้นทางประธานาธิบดีพลเรือนจากการเลือกตั้ง
โดย...ปิติ ศรีแสงนาม
หลังจากรู้จักประธานาธิบดี อูถิ่นจอ ใน 2 ตอนที่ผ่านมา แน่นอนว่าเส้นทางประธานาธิบดีพลเรือนจากการเลือกตั้งคนแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษของเมียนมายังมีประเด็นท้าทายอีกมาก
คุณอองซานซูจีเคยประกาศทางออกไว้ก่อนการเลือกตั้งแล้วว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งที่ “Above the President” ซึ่งคำกล่าวนี้กลายเป็นกับดักที่กลับมาผูกมัดตัวเธอเอง เพราะการประกาศเช่นนี้เท่ากับเป็นการบอกประชาคมโลกและคนเมียนมาว่า ประเทศเมียนมาจะมีผู้นำที่เป็น Nominee
แน่นอนครับ ตามมาตรฐานสากลเรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ผู้นำระดับนานาชาติที่มาเจรจาความเมืองกับเมียนมาจะรู้สึกอย่างไรครับ ถ้ารู้ว่าคนที่เขาจับมือเช็กแฮนด์ด้วยในฐานะประธานาธิบดีเป็นเพียง Nominee ที่อำนาจการตัดสินใจไปอยู่ที่คนอื่น ไม่ใช่คนที่เขากำลังเจรจาด้วย
ประเด็นท้าทายต่อมาคือ รัฐบาลของพรรค NLD ภายใต้การนำของอูถิ่นจอ และอองซานซูจี จะสามารถทำงานกับข้าราชการประจำหรือพนักงานของรัฐในประเทศเมียนมาได้หรือไม่ ในเมื่อตำแหน่งบริหารในกระทรวงต่างๆ ของเมียนมาตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการขึ้นไปจนถึงระดับอธิบดี และปลัดกระทรวง ต่างเป็นคนที่แต่งตั้งมาโดยกองทัพตามสายการบังคับบัญชา NLD คือคนใหม่ที่เข้ามา เขาจะทำงานร่วมกับระบบแบบเดิมได้หรือไม่
และเราก็พบว่ากระบวนการตัดสินใจในประเด็นใหญ่ๆ ของประเทศเมียนมา โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ไม่ได้ทำกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนะครับ หากแต่เขามีกระบวนการตัดสินใจในสภาความมั่นคง ซึ่งมีกรรมการในการตัดสินใจ 11 คน โดย 6 คนมาจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำระดับสูงในกองทัพเมียนมา ดังนั้นกระบวนการตัดสินใจต่างๆ ในการบริหารประเทศยังสามารถควบคุมได้โดยกองทัพครับ
ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ใน 7 รัฐ นั่นคือ กลุ่มคะฉิ่น คะชา มอญ กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ ยะไข่ ซึ่งการประสานงานความร่วมมือจะมีมากน้อยเพียงใดต้องรอพิจารณากันครับ
ประเด็นสุดท้าย คุณอองซานซูจี ไม่เพียงแบกความคาดหวังของคนเมียนมาทั้งในประเทศและในต่างประเทศ หากแต่เธอแบกความคาดหวังของคนทั่วโลกเอาไว้ด้วย แต่ในเมียนมา การทำงานในเรื่องต่างๆ ยังมีเงื่อนไข และมีข้อจำกัดอยู่อย่างมาก ความกดดันเหล่านี้อาจทำให้คุณอองซานซูจี อูถิ่นจอ และทีมงานไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ทุกคนคาดหวัง
คงต้องส่งกำลังใจเอาใจช่วยคุณอูถิ่นจอ และคุณอองซานซูจีต่อไปครับ เพราะหนทางข้างหน้าของเมียนมาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอนครับ







