
สงกรานต์ปีนี้ ไม่กินไม่เที่ยว ไม่ได้แล้ว
โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP
โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP
ในที่สุดพวกเราก็ได้เฮกันถ้วนหน้ากับมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์และการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ ครม. เพิ่งอนุมัติปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น
1. มาตรกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์: บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปในช่วงสงกรานต์ มาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้
1.1 ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อเป็นค่าอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือโรงแรม / ค่าบริการสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว / ค่าที่พักในโรงแรม
1.2 ต้องซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT
1.3 ต้องชำระค่าสินค้าหรือบริการระหว่างวันที่ 9 – 17 เม.ย. 59
1.4 ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
1.5 แต่ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์ ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนดังกล่าวได้
2. มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยสำหรับ ปี 2559
2.1 กรณีบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าบริการในการซื้อโปรแกรมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่จ่ายให้แก่ธุรกิจนำเที่ยว / ค่าที่พักในโรงแรม มาลดหย่อนภาษีได้รวมทั้งหมดไม่เกิน 15,000 บาท เฉพาะที่จ่ายไประหว่างวันที่ 1 ม.ค. 59 – 31 ธ.ค. 59
2.2 กรณีนิติบุคคล สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง มาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะที่จ่ายไประหว่างวันที่ 1 ม.ค. 59 – 31 ธ.ค. 59
สรุปตามกฎหมาย
•ถ้าจะกิน ต้องกินในช่วงสงกรานต์ถึงได้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท
•ถ้าเที่ยวนอกช่วงสงกรานต์ จะลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท
•ถ้าเที่ยวช่วงสงกรานต์อย่างเดียว จะลดหย่อนภาษีจากมาตรการสงกรานต์ได้ไม่เกิน 15,000 บาท รวมกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกไม่เกิน 15,000 บาท รวมไม่เกิน 30,000 บาท
แต่ที่ต้องระวังสำหรับค่าเที่ยว ก็คือ ต้องเป็นค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ดังนั้น ค่าตั๋วรถทัวร์ ตั๋วเครื่องบินที่เราซื้อเอง ค่ารถเช่า ฯลฯ ลดหย่อนไม่ได้ เว้นแต่รวมอยู่ในแพ็คเกจทัวร์ หรือถ้าเราจองโรงแรมผ่าน online อย่าง Agoda ก็ลดหย่อนไม่ได้ เพราะ Agoda ไม่ได้จดทะเบียนในไทย และเราก็ไม่สามารถขอใบเสร็จจากโรงแรมที่เราจองผ่าน Agoda ได้ เพราะเราจ่ายเงินให้ Agoda ไม่ได้จ่ายเงินให้โรงแรม สรุปง่ายๆ ถ้าหวังสิทธิประโยชน์ภาษีให้จองกับโรงแรมโดยตรง
อีกเรื่องที่หลายคนสงสัย คือกรณีเราเที่ยวกันทั้งครอบครัว บางทีใบเสร็จออกมาเป็นชื่อ สามีและภริยา จะหักลดหย่อนยังไง หักลดหย่อนอย่างนี้ครับ
•หากสามีหรือภริยามีเงินได้เพียงฝ่ายเดียวให้ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเฉพาะสามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้
•หากสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ และในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีระบุผู้จ่ายเงินเป็นทั้งสามีและภริยาให้ใช้หลักเกณฑ์
1.ถ้าสามีภริยาต่างฝ่ายต่างแยกยื่นแบบ ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
2.ถ้าสามีภริยาแยกยื่นแบบ เฉพาะเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งเป็นเงินได้ประเภทเงินเดือน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีของตนเองได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
3.ถ้าสามีภริยาตกลงยื่นแบบและเสียภาษีรวมกัน ให้หักลดหย่อนภาษีได้ทั้ง 2 ฝ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
•แต่ถ้าจะให้ดี แยกใบเสร็จฯเป็นของใครของมันเลยดีกว่า ต่างคนต่างยื่นภาษี จะได้ไม่ยุ่งยาก
รู้อย่างงี้แล้ว ใครไม่เที่ยวคงน่าเสียดายแย่ เที่ยวเมืองไทยกันเถอะครับ นอกจากได้พักผ่อนแล้ว กรมสรรพากรยังมาช่วยจ่ายค่าเที่ยวให้ด้วย แถมเรายังช่วยเศรษฐกิจของชาติด้วยอีกครับ







