
ความท้าทาย ของอูถิ่นจอ (ตอน 2)
เซียนอาเซียนฉบับนี้ยังคงทำความรู้จักกับประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมา อูถิ่นจอ
โดย...ปิติ ศรีแสงนาม
เซียนอาเซียนฉบับนี้ยังคงทำความรู้จักกับประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมา อูถิ่นจอ ปัจจุบันนอกจาก U Htin Kyaw จะทำหน้าที่เป็นคนสนิทของอองซานซูจีที่เดินทางไปด้วยกันทุกที่แล้ว เขายังทำหน้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของมูลนิธิ Daw Khin Kyi มูลนิธิการกุศลของอองซานที่ตั้งชื่อตามคุณแม่ของเธอ
หลังจากทำงานเป็นอาจารย์ที่ Yangon Institute of Economics ในปี 1968 พอถึงปี 1970 คุณอูถิ่นจอก็ผันตนเองไปทำหน้าที่ Programmer และ System Analyst ให้กับศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษในปี 1971-1972 ที่ Institute of Computer Science แห่ง The University of London และเดินทางต่อไปเรียนด้านการบริหารจัดการที่ Arthur D. Little School เมือง Cambridge มลรัฐ Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา และจบการศึกษาในปี 1987
ในช่วงที่มีขบวนการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศเมียนมาจากเหตุการณ์ 8888 คุณอูถิ่นจอ ทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และทำงานประจำอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการต่างประเทศ (Ministry of Industry and Foreign Affairs) แน่นอนว่าผู้ที่มีบทบาททางการเมืองอย่างเขาถูกกดดันจากการเข้ามากระชับอำนาจของรัฐบาลทหารคณะใหม่ในนาม สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ (State Law and Order Restoration Council) หรือ SLORC นั่นทำให้เขาต้องลาออกจากระบบราชการในปี 1992 ด้วยตำแหน่งรองผู้อำนวยการ Deputy of Director in Foreign Economic Relations Department
และเมื่อลาออกจากภาครัฐ อูถิ่นจอก็เดินหน้าเต็มตัวในการทำงานการเมืองร่วมกับอองซานซูจี และพรรค NLD โดยในปี 2000 เมื่อรัฐบาลเมียนมาในขณะนั้นปล่อยตัวอองซานซูจีจากการ House Arrest เป็นการชั่วคราว อูถิ่นจอ และอองซานซูจีก็มีกำหนดการที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยียนสมาชิกพรรค NLD ที่เมืองมัณฑะเลย์ แต่นั่นเองที่ทำให้ฝ่ายความมั่นคงเมียนมาพิจารณาว่าอาจจะนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง และทำให้อองซานซูจีถูกจำขังในบ้านริมทะเลสาบอินยาของเธออีกครั้ง แต่สำหรับ อูถิ่นจอ นั่นหมายถึงการเข้าเรือนจำอินเส่งเป็นเวลา 4 เดือนในฐานะนักโทษการเมือง
เส้นทางการเป็นประธานาธิบดีของคุณอูถิ่นจอเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อพรรค NLD ตกลงส่งเขาเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในรัฐสภา (Pyithu Hluttaw) ในวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา และต่อมาในวันที่ 11 มี.ค. สมาชิกรัฐสภาจำนวน 274 คน จากจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 317 คน ก็เลือกเขาให้เป็นรองประธานาธิบดี เพื่อที่จะชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 15 มี.ค. และในวันนั้นเองสมาชิกทั้งสองสภา คือ รัฐสภา (Pyithu Hluttaw) และวุฒิสภา หรือสภาแห่งรัฐ (Amyotha Hluttaw) จำนวน 360 คน จากทั้งหมด 652 คน ก็เลือกให้เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยมี Myint Swe ซึ่งเสนอชื่อโดยกองทัพดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี คนที่ 1 และตัวแทนจากรัฐฉิ่น
Henry Van Thio ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 2
หลังการเลือกตั้ง คำพูดที่ อูถิ่นจอ กล่าวต่อสื่อมวลชน (จากการรายงานข่าวโดย BBC) ก็คือ “Victory! This is Sister Aung San Suu Kyi’s Victory. Thank you.”







