
วุฒิสภา=ฝ่ายค้าน?
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเตรียมลงประชามติเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.
โดย...หงส์แดง [email protected]
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเตรียมลงประชามติเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ได้เผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ โดยใครสนใจเข้าไปหาอ่านกันได้ที่เว็บไซต์ของ กรธ.ได้ตามสะดวก
มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ยืนยันต่อหน้าผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญว่า “ไม่มีการสืบทอดอำนาจ”
ในช่วงท้ายของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ประธาน กรธ.ต้องเจอกับคำถามของผู้สื่อข่าวซ้ำๆ มาตลอดเกี่ยวกับการสืบทอดอำนาจผ่านกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีและที่มาของ สว. โดยอาจารย์มีชัยตอบแบบซ้ำๆ เหมือนกันว่า “ไม่มีการเปิดช่องสืบทอดอำนาจ”
ถ้าพูดแบบอาจารย์มีชัยก็ถูกครับ...ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ.ไม่มีการสืบทอดอำนาจ เพียงแต่คำว่า “สืบทอดอำนาจ” ในความหมายของ กรธ.เป็นอย่างไร
ถ้าเรานิยามคำว่าสืบทอดอำนาจในบริบทการเมืองแบบปี 2535 ที่ผู้นำของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ย่อมบอกได้เต็มปากว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้เปิดช่องดังกล่าวเหมือนในอดีต
เพราะร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. กำหนดให้นายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากการลงมติเลือกของสภาผู้แทนราษฎร ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 ที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการเลือกของสภา
ประกอบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็ประกาศอยู่บ่อยไปว่าจะไม่ขอกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก คงเบาใจได้ว่าเหตุการณ์แบบปี 2535 จะไม่กลับมาอีก
แต่ปัจจุบันมีคำถามว่านิยามของคำว่า “สืบทอดอำนาจ” ได้เปลี่ยนไปแล้วหรือไม่?
จริงอยู่ร่างรัฐธรรมนูญของมีชัยให้สภาเลือกนายกฯ จะเป็น สส. หรือไม่เป็น สส.สภาเป็นคนตัดสิน แต่กระบวนการในระยะเปลี่ยนผ่านที่บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ทำให้นิยามของคำว่าสืบทอดอำนาจกำลังเปลี่ยนไป
จากที่เคยนิยามกันว่าต้องมาทางอำนาจฝ่ายบริหาร กลายเป็นว่ากำลังจะมาทางฝ่ายอำนาจนิติบัญญัติแทน โดยผ่านวุฒิสภา
คสช.มีอำนาจเลือกว่าจะให้ใครมาเป็น สว.จำนวน 250 คน มีวาระ 5 ปี แม้ว่า สว.จำนวน 50 คน จะมาจากการเลือกไขว้กันเองของผู้สมัครตามสาขาอาชีพ แต่สุดท้าย คสช.จะเป็นผู้เลือกอยู่ดีว่าจะให้ใคร 50 คน เข้าสภา
หนำซ้ำมีการล็อกเก้าอี้ สว. 6 ตัว ได้แก่ ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. ปลัดกระทรวงกลาโหม และ ผบ.ตร. มาเป็น สว.อัตโนมัติด้วย
ไม่สมเหตุสมผลเลยกับการให้ 6 ผู้นำเหล่าทัพมานั่งในสภา
แค่คน 6 คน อาจไม่มีผลต่อการทำงานของสภา แต่ต้องไม่ลืมว่าอาจมีผลต่อการชี้นำ สว.คนอื่นได้
คสช. คือ กองทัพ และ คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง สว. ดังนั้น สว.ที่เหลือย่อมเกิดความเกรงใจ แล้วการใช้ดุลพินิจที่เป็นกลางจะอยู่ตรงไหน
ต่อให้ คสช.พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไปภายหลังมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่รัฐบาลจะบริหารประเทศด้วยความเป็นอิสระได้อย่างไร ในเมื่อวุฒิสภายังคงอยู่ใต้เงาของ คสช.เช่นนี้
แทบจะนึกภาพออกว่าหากในอนาคตได้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล วุฒิสภาเวอร์ชั่นนี้จะดำรงตนในสถานะอะไร
เห็นด้วยนะครับที่ให้วุฒิสภาสามารถใช้อำนาจตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น แต่ด้วยที่มา สว.ที่ กรธ.ต้องจำใจกำหนดเอาไว้ วุฒิสภาในระยะ 5 ปี จะสามารถเป็นความหวังได้หรือไม่
หรือจะเป็นแค่พรรคฝ่ายค้านอีกพรรคหนึ่งเท่านั้น







