posttoday
หลักปฏิบัติ 10 ประการเมื่อรู้ว่าธุรกิจตัวเองกำลังจะเจ๊ง

หลักปฏิบัติ 10 ประการเมื่อรู้ว่าธุรกิจตัวเองกำลังจะเจ๊ง

29 มีนาคม 2559

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม  ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

วันนี้อ่านบทความใน Social เห็นหลายๆคนบ่นว่าธุรกิจตัวเองกำลังจะเจ๊ง ..เอางี้ไหนๆคุณก็จะเจ๊งลองเอาหลักปฏิบัติ10 ประการนี้ไปลองพิจารณาเผื่อว่า 'เทวดาอาจเห็นใจในความพยายาม'

จริงๆแล้วผู้เขียนเองเคยมีประสบการณ์เจ๊งมาแล้ว ..ซึ่งผู้เขียนเองหลักกว่าท่านทั้งหลายเพราะผู้เขียนสามารถเจ๊งในช่วงเศรษฐกิจโดยรวมดีเรียกว่า 'คนอื่นดีกรูก็ยังเจ๊งได้'

อย่างไรก็ตาม 'ความเจ็บปวดและน้ำตาของผู้เขียนได้ตกผลึกออกมาเป็น 10 ข้อดังนี้'

1. กางกระดาษมาหนึ่งแผ่นแบ่งเป็น 2 ส่วนอันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Consulting ระดับโลกเขาใช้หลัก 80/20 ..ให้ List ออกมาว่า 'สินค้าอะไรขายดี 20 % ของสิ่งที่ทำรายได้ 80% อยู่ในส่วนขายดี ..แล้ว 80% ของสินค้าที่ทำรายได้ 20% ...เขียนเสร็จก็ทยอยเลิกขายฝั่ง 80% สั่งให้น้อยลงลดจำนวนลงเพราะของเหล่านี้ทำให้ธุรกิจเราขี่ช้างจับตั๊กแตน (อันนี้คือรู้เรา)

2. เขียนรายชื่อลูกค้า 20 รายแรก(20%) ที่ทำเงินให้เรามากที่สุดแล้วเอาของขวัญปีใหม่ไปกราบสวัสดีพูดคุย ..ลองฟังซิว่าคนเหล่านี้เขาอยากได้อะไร (นี่คือ Demand ของธุรกิจ)

3. เขียนรายชื่อพนักงาน 20/80 คือ List คน 20% ที่ทำรายได้ 80% ให้เรา ...'ปีนี้แจกโบนัสแบบก้อนสุดท้ายจัดเต็มให้เห็นความแตกต่างจากพนักงานปกติ' (นี่คือต้นทุนหนักๆที่ธุรกิจแบก)

4. เลี้ยงข้าวครั้งใหญ่เพื่อหาข้อเสนอแนะจากพนักงาน 20% ที่กล่าวมา ..'คนเหล่านี้เขารู้ดีว่าโอกาสรอดของธุรกิจเราคืออะไร ..จดๆๆแล้วเอาไปคิดให้หนัก' (นี่คือโอกาสของธุรกิจที่คนส่วนใหญ่มองข้าม)

5. เตรียมตัดขารักษาชีวิต ...อันนี้โหดแต่ต้องทำก่อนที่ธุรกิจจะเจ๊งให้ทำในกรณีเจ๊งชัวร์ๆละ ..ก็ทยอยเลิกขายสินค้า 80% ที่ทำรายได้น้อยที่สุดและก็ทยอยเลิกจ้างพนักงาน 80% ที่ทำรายได้น้อยสุด

6. ปิดหน้าร้านซะ ..สิ่งที่หนักขึ้นเรื่อยๆคือค่าเช่า ..เป็นไปได้ไหมว่าเราสามารถเข้าถึงลูกค้า 20% ที่ใช้สินค้าเรามากที่สุดโดยที่เราไม่ต้องมีหน้าร้าน ..ยังขายตรงถึงเขาได้ไหม (Location ที่ดีในปัจจุบันอาจไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านเสมอไป)

7. ไม่ต้องทำ Closing Sales แต่ให้เลือกของที่ยังดีไปสมนาคุณลูกค้า 20% ..เป็นของขวัญวันปิดหน้าร้านเพื่อบริการที่ดีขึ้นและราคาที่คุ้มค่าขึ้นในอนาคต

8. สำรวจคนที่ทำธุรกิจคล้ายๆเราแล้วเอากระดาษกับปากกาไปจดว่า 'ทำไมมันรอดแล้วทำไมกรูเจ๊ง' ..ถ้าคุณตั้งใจดูคุณจะสามารถตอบได้ทันทีเหมือนมีที่ปรึกษาธุรกิจมาช่วย (อันนี้ต่อยอดเรื่องรู้เขา)

9. ขยายตลาดจากลูกค้า 20% ของเรา ...ให้เปลี่ยนวิธีทำตลาดแทนที่จะหว่านหาลูกค้าให้เปลี่ยนเป็นหาลูกค้าจากเพื่อนของคน 20% ที่รักเรา ..อย่าใช้การแจกของหรือลดราคาแต่ให้เพิ่มในเรื่องของการบริการให้ดีขึ้นไปอีก ..ส่งฟรี ..ซ่อมฟรี ..เปลี่ยนทันที ..และเป็นที่ปรึกษาแบบสุดใกล้ชิด Line ได้ ..โทรรับ ..ถึงตลอด !! (ทำตลาดกับคนที่รักเราอย่าเสียเวลากับคนที่ไม่รักเรา)

10. ทุกอย่างคุยได้ ..หลายคนคิดว่าทุกอย่างรังแกฉันแต่โลกแห่งความจริงทุกอย่างสามารถคุยได้แม้แต่หนี้ธนาคาร ..ผ่อนได้ยืดเวลาได้ ..เพราะยังไงก็ดีกว่าไม่จ่ายเลย -- คำแนะนำของผมคือ 'คุยก่อนค่อยเจ๊ง ..หรือเจ๊งแล้วค่อยคุย ..คือกรูไม่จ่ายแล้วเพราะไม่มีแต่ถ้าคุณช่วยแบบนี้ผมยังอาจจะทำธุรกิจฟรีๆเพื่อแค่จ่ายหนี้คุณ' (ฟังดูดีกว่าเจ๊งนะ)

ทั้ง 10 ข้อนี้ไม่มีก่อนหลังดูจังหวะเอาเอง ..ก็คิดซะว่าลองคิดๆทำๆดูเผื่อจะไม่เจ๊ง ...แต่ถ้ายังเจ๊งก็ให้รู้ว่าเราได้พยายามสุดความสามารถแล้ว ..เพราะหลักการต่างๆนี้พวกที่ปรึกษาแพงๆเขาก็ใช้กัน -- เอาว่าคุณลองทำตัวเป็นที่ปรึกษาConsulting Me - Change Me ด้วยตัวเองดู

เอาใจช่วยครับ ...ผ่านแล้วรวย !!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน