
การใช้ Futures เพื่อจำกัดความเสี่ยง
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด
นับแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคม ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ดีขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำที่ปัจจุบันมาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 20,000 บาทต่อบาททองคำ หรือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (Brent Crude Oil) ที่ฟื้นตัวมาใกล้ระดับ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อีกครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม ส่งผลให้ดัชนีหุ้น SET50 ขึ้นมาแตะระดับ 900 จุดหรือปรับตัวขึ้นกว่า 10% นับแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังขาดความชัดเจน ส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ลงทุน ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนจึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ผู้ลงทุนหันมาให้ความสนใจ ซึ่งตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนสามารถเลือกใช้ได้
ปัจจุบัน TFEX จัดให้มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีหุ้น (SET50 Futures) และหุ้นรายตัว (Stock Futures) ซึ่งผู้ลงทุนจะสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการลงทุนในปัจจุบันของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้รวมกับการลงทุนในพอร์ตหุ้น หรือการลงทุนในกองทุนรวม โดยอาจจะสามารถยกตัวอย่างการใช้ SET50 Futures และ Stock Futures ในการบริหารความเสี่ยงได้ ดังนี้
ใช้ SET50 Futures ป้องกันความเสี่ยงการลงทุนในกองทุนรวม
ในกรณีที่ผู้ลงทุนลงทุนในกองทุนรวมหุ้นประเภท Passive Fund ที่ทำการบริหารให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีหุ้น เช่น SET50 และมีความกังวลว่าตลาดหุ้นจะมีความผันผวนและอาจปรับตัวลดลง SET50 Futures นับเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยแทนที่ผู้ลงทุนจะขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมออกไป ผู้ลงทุนสามารถ ส่งคำสั่งขาย หรือเปิด Short Position ของ SET50 Futures ใน TFEX ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคา SET50 Futures จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเคลื่อนไหวของดัชนี SET50 ที่เป็นดัชนีอ้างอิง ดังนั้น หากดัชนี SET50 ปรับตัวลดลง ผู้ลงทุนจะขาดทุนจากมูลค่ากองทุนรวมที่ปรับตัวลดลง
แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะได้รับผลตอบแทนจากการ Short SET50 Futures มาทดแทน และเมื่อมีความเชื่อมั่นในทิศทางตลาดหุ้นแล้ว ผู้ลงทุนก็สามารถส่งคำสั่ง Long SET50 Futures เพื่อปิดสถานะได้ ทั้งนี้ SET50 Futures นับเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยมากกว่า 135,000 สัญญาต่อวันในปี 2559 (SET50 Futures 1 สัญญามีขนาดประมาณ 180,000 บาท ณ ดัชนี SET50 ที่ระดับ 900 จุด)
Stock Futures บริหารความเสี่ยงหุ้นรายตัว
ในกรณีที่ผู้ลงทุนลงทุนในหุ้นรายตัว TFEX ก็มีเครื่องบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้ลงทุนเช่นกัน ได้แก่ Stock Futures หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัว โดยในปัจจุบันมี Stock Futures ให้ผู้ลงทุนซื้อขายทั้งสิ้น 69 หุ้นอ้างอิง เช่น หากผู้ลงทุนถือครองหุ้น JAS ในพอร์ตลงทุนของตนเองจำนวน 50,000 หุ้น และต้องการบริหารความเสี่ยง แต่ไม่ต้องการขายหุ้นที่ถือครองอยู่ออกไป ผู้ลงทุนสามารถเลือกใช้ JAS Futures มาเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงได้ โดยทำการขายหรือเปิด Short Position ใน JASH16 (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับหุ้น JAS โดยเป็นสัญญาที่หมดอายุเดือนมีนาคม 2016) เป็นจำนวนทั้งสิ้น 50 สัญญา (1 สัญญาเท่ากับหุ้นจำนวน 1,000 หุ้น) หากราคาหุ้น JAS ปรับตัวลดลง แม้ว่าผู้ลงทุนจะขาดทุนจากมูลค่าหุ้นที่ถือครองอยู่ลดลง แต่ก็จะได้รับผลตอบแทนจาก Short Position ในสัญญา JASH16 มาชดเชย
จะเห็นได้ว่าตราสารอนุพันธ์หรือ Derivatives นั้นเป็นเครื่องมือเสริมที่ผู้ลงทุนสามารถใช้บริหารความเสี่ยงควบคู่กันไปกับการบริหารพอร์ตลงทุนของตนเอง ทั้งนี้ ก่อนที่จะเลือกใช้ Derivatives เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ผู้ลงทุนจะต้องเข้าใจหลักการบริหารเงินหลักประกันที่เหมาะสม (Margin Management) การ Roll Over หรือขายสัญญาที่กำลังจะหมดอายุและซื้อสัญญาตัวใหม่ที่วันหมดอายุไกลกว่าเพื่อคงสถานะใน Futures ไว้ รวมไปถึงการพิจารณาถึงความแตกต่างของราคาสัญญา Futures กับสินค้าที่อ้างอิงอันเนื่องมาจากการจ่ายเงินปันผลด้วย สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือ เว็บไซต์ www.tfex.co.th







