
ย้อนยุคสุดกู่
สัปดาห์นี้สำคัญที่สุดเพราะเขาจะชี้ขาด โฉมหน้าที่แท้จริงของร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ที่จะนำไปใช้ขอความเห็นประชาชนในขั้นตอนประชามติ
โดย...พะนะท่าน [email protected]
สัปดาห์นี้สำคัญที่สุดเพราะเขาจะชี้ขาด โฉมหน้าที่แท้จริงของร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ที่จะนำไปใช้ขอความเห็นประชาชนในขั้นตอนประชามติ
ที่ร่างกันมาทั้งหมดสองฉบับในยุค คสช. ทั้งร่างชุด บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และของ มีชัย ฤชุพันธุ์ รวมเกือบ 2 ปี จะมาตัดสินกันในอีกไม่กี่วันนี้ เพราะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกรรมการร่าง รธน. ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง
แต่ที่เดิมพันกันอยู่ขณะนี้คือ ประธาน มีชัย จะยอมกับข้อเสนอของ คสช. แบบสุดซอย หรือแค่กลางซอย
คสช.เขาจัดหนัก ไม่ต้องมารำมวยเล่นปริศนาให้เสียเวลา ทิ้งบอมบ์กันชัดๆ จะเอาอย่างนี้เพราะหมดเดือนนี้ทุกอย่างแก้ยากแล้ว
ใบสั่งโค้งสุดท้าย หนักสุดเห็นจะเป็นให้ สว.มาจากการแต่งตั้งจำนวน 250 คน โดยคณะกรรมการที่เป็นอิสระ 8-10 คน เป็นผู้สรรหา มีวาระ 5 ปี
ข้าราชการระดับสูงที่จะได้เป็น สว.โดยอัตโนมัติมี 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงกลาโหม
ที่สาหัสสากรรจ์คือ เพิ่มอำนาจ สว.แบบยูเทิร์นกลับไปในสมัยเผด็จการ กล่าวคือ ให้ สว.ควบคุมรัฐบาล อภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติได้
อำนาจพิเศษอื่น ทำหน้าที่พิทักษ์ป้อง รธน.ไม่ให้ฝ่ายการเมืองอาศัยเสียงข้างมากในส่วนของ สส.บิดเบือนเจตนารมณ์ หรือฝ่าฝืนความต้องการของประชาชน
ดูอำนาจของ สว.ที่ คสช.ต้องการใหญ่กว่า สส.ด้วยซ้ำ เพราะสามารถอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจได้ โอกาสที่ สว.จะไปจับมือฝ่ายค้านล้มรัฐบาลระหว่างศึกซักฟอกมีความเป็นไปได้สูง
ที่บอกว่า ให้มีหน้าที่พิทักษ์ รธน.ด้วย นี่ก็เหมือนมัดตราสังอีกชั้น ไม่ให้ฝ่ายการเมืองแก้ รธน.ฉบับนี้ อย่าลืมว่า ตามเงื่อนไขของ กรธ.ก็ยากอยู่แล้ว ที่รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน จะจับมือกันแก้ รธน.
เรื่องการแต่งตั้ง สว.ก็น่าข้องใจ ถามว่าใครจะเป็นคณะกรรมการสรรหา สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเครือข่าย คสช.
ถ้ามีชัยเอาด้วย การเมืองไทยในแบบฉบับ คสช.ก็ย้อนยุคไปไกลโข
ย้อนดูที่มา สว.ของเรา ในยุคหลังที่มี รธน.ประชาธิปไตยฉบับ 2540 เป็นต้นมาให้ สว.มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกตอนนั้นเพิ่มอำนาจเต็มให้ สว.เห็นชอบแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและถอดถอนนักการเมืองได้ และแม้จะให้เปิดอภิปรายทั่วไป แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นลงมติให้มีผลทางกฎหมายเหมือน สส.
รธน.ฉบับ 2550 ยุคปฏิวัติ คมช.ก็ถอยหลังให้ สว.เป็นลูกผสมระหว่างเลือกตั้งกับสรรหา ส่วนอำนาจก็ลดลงมาเทียบกับปี 2540
แต่ที่ คสช.ต้องการ คือ สว.แต่งตั้งเปิดอภิปรายและลงมติได้ เห็นจะมี รธน. 3 ฉบับ ที่ให้อำนาจ สว.ดังกล่าว ประกอบด้วย รธน.ฉบับปี 2511 ที่ร่างกันยาวนาน 9 ปี ในยุค “สฤษดิ์-ถนอม” ให้อำนาจทั้ง สส. และ สว.เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลร่วมกัน ส่วน รธน. ปี 2521 และ รธน.ปี 2534 ให้อำนาจเฉพาะ สส. ขอเปิดอภิปราย ส่วนการลงมติให้ร่วมกันทั้งสองสภา
สูตรของ คสช.ย้อนไปไกลเกือบ 50 ปี จากนี้คงต้องวัดใจ มีชัย จะยอมให้ถูกจารึกว่าร่าง รธน.ถอยหลังไปถึงครึ่งศตวรรษหรือไม่







