
ปีทองสำหรับการลงทุนในทองคำ
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
ทองคำจัดว่าเป็น Safe-Haven ตัวจริงอย่างโดดเด่นในปี 2559 โดยนับตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบันราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 200 เหรียญ/ออนซ์ จากระดับ 1,060 เหรียญ มาอยู่ที่ระดับ 1,260 เหรียญ โดยประเด็นหลักคือการเข้าซื้อของกองทุนทองคำ SPDR ซึ่งเป็นผู้เข้าซื้อมาโดยตลอดในช่วง 2 เดือน โดย SPDR เข้าซื้อทองคำในเดือนกุมภาพันธ์เดือนเดียวเกือบ 110 ตัน จากเมื่อปีที่แล้วที่มีการถือครองทองคำที่ระดับ 642.37 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 793.12 ตัน ท่ามกลางสภาพความกังวลในเศรษฐกิจโลกของปีนี้ว่าจะเจริญเติบโตได้ช้าลง โดยที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆของสหรัฐอเมริกายังออกมาในเกณฑ์ทรงตัว สำหรับภาคการจ้างงานสหรัฐฯนั้นถือว่าดีขึ้นบ้างเล็กน้อย โดยตัวเลขที่ประกาศในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่า การจ้างงานของภาครัฐบาลและภาคเอกชนยังคงปรับตัวสูงขึ้น และจำนวนคนว่างงานอยู่ในระดับต่ำกว่า 300,000 ราย รวมไปถึงมีอัตราคนว่างงานที่ระดับต่ำ 4.9% ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการผลิตดูจะทรงตัว ซึ่งบางตัวเลขดูจะปรับลงด้วยซ้ำไป จึงทำให้นักวิเคราะห์โดยทั่วไปเชื่อว่าการประชุมเฟดในเดือนมีนาคมนี้ เฟดจะไม่สามารถทำการขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ หลังจากที่ปรับขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปัจจัยต่างๆเหล่านี้จึงส่งเสริมทองคำในฐานะ Safe-Haven ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นยังคงผันผวนอย่างไร้ทิศทาง จากความกังวลในเศรษฐกิจต่างๆ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำขึ้นทะลุระดับสูงสุดเดิม 2 สัปดาห์ก่อนบริเวณ 1,255 เหรียญ ทำให้ราคาทองคำทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี บริเวณ 1,280 เหรียญ และปิดตลาด Comex ที่ระดับ 1,270.7 เหรียญ ขณะที่ในตลาด Electronics ปิดปรับลงมาอีกประมาณ 10 เหรียญ บริเวณ 1,260 เหรียญ และทำให้ราคาทองคำไทยเช้าวันเสาร์ปรับตัวลงมา 250 บาท/บาททองคำ มาอยู่ที่ 21,050 บาท/บาททองคำ ในเชิงเทคนิคราคาทองคำเข้าสู่ทิศทางแนวโน้มขาขึ้นมาโดยตลอดและมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อราคามีการปรับขึ้นเหนือ 1,255 เหรียญขึ้นมา โดยแนวต้านสำคัญของทองคำจะอยู่ที่ระดับ 1,280 เหรียญ และ 1,300 เหรียญตามลำดับ ขณะที่แนวรับระยะสั้นมาอยู่ที่ระดับ 1,250 เหรียญ เราคงจะเห็นการแกว่งตัวของราคาทองคำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องจากแรงเทขายทำกำไร สำหรับราคาทองคำไทยจะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 20,950 บาท/บาททองคำ และมีแนวต้าน 21,500 บาท/บาททองคำ
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ
กลยุทธ์การลงทุนทองคำในช่วงนี้นักลงทุนจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นช่วงสำคัญในการทำกำไร ซึ่งเป็นทั้งจังหวะและโอกาสในการลงทุน โดยจะเห็นได้ว่า นักลงทุนหลายรายเริ่มหนีจากตลาดหุ้นกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ และส่งผลให้ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures ในตลาด TFEX บ้านเรามีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น จากเดิมที่อยู่ระดับ 4,000 สัญญา/วัน มาสู่ระดับ 18,000 สัญญา/วัน นั่นหมายความว่ามีการซื้อขายที่เติบโตขึ้นจากเดิมกว่า 4 เท่า
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงต้องยึดตามวิถีทางของแนวโน้ม ซึ่งแนวโน้มหลักในปัจจุบันเป็นแนวโน้มทิศทางขาขึ้น กลยุทธ์การลงทุนจึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามสภาพตลาดที่เป็นอยู่ โดยที่ MTS Gold แนะนำนักลงทุนมาโดยตลอดในการใช้กลยุทธ์ทิศทางขาขึ้น คือ การเข้าช้อนซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวสูงขึ้นดังเช่นในคืนวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ผ่านมา อันจะเห็นได้ว่าระยะสั้นหรือระยะภายในวันนั้น ราคาทองคำมีการแกว่งตัวอย่างมาก มีการขึ้นและลงรวดเร็ววันละกว่า 20 เหรียญ
ในเชิงของนักลงทุนเชิงกลยุทธ์จึงจะต้องหากรอบของการเคลื่อนไหวของราคาที่เราเรียกว่า Trend Channel เพื่อใช้ Trend Channel ดังกล่าวในการกำหนดกลยุทธ์เข้าซื้อและขายออกเป็นช่วงๆ เพื่อให้นักลงทุนเพิ่มศักยภาพการทำกำไรได้ดียิ่งขึ้น ประเด็นต่อมาที่สำคัญ คือ การรู้จักเข้าซื้อโดยการแบ่งพอร์ต โดยทยอยเข้าซื้อเป็นระยะๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่า หากเราทำการเข้าซื้อด้วยพอร์ต 1-2 ครั้ง บางครั้งจะซื้อได้ถูกทาง แต่หลายๆครั้งเมื่อซื้อผิดจังหวะหรือผิดช่วงเวลาของราคา ก็จะส่งผลให้มีการติดดอยในระยะสั้นๆและขาดโอกาสในการทำกำไร ประการสุดท้ายที่จะหลงลืมไม่ได้ คือ การที่จะรักษาพอร์ตการลงทุนเป็น Long Position มากกว่า Short Position ในสภาวะที่ตลาดเป็นขาขึ้น การอยู่ในสถานะ Long Position มีโอกาสได้เปรียบมากกว่า และโอกาสที่จะหลุดจากดอยก็มีสูงกว่า ทั้งหมดนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ MTS Gold มักจะพยายามสอนและให้นักลงทุนตระหนักถึงการลงทุนในพอร์ตของท่านเอง ในการใช้อารมณ์ให้น้อยลง และใช้หลักในการลงทุนให้มากขึ้นแทน
MTS Gold Futures ผู้นำการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ และเป็น Broker ชั้นนำในตลาด TFEX จัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนให้แก่นักลงทุนและผู้ที่สนใจทั่วไปทุกท่านกับโครงการ “MTS TFEX WARS” เพื่อชิงเงินรางวัลตลอดการแข่งขันกว่า 800,000 บาท โดยนักลงทุนสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายได้ภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MTS Gold Call Center 02-770-7777 หรือ www.mtstfexwars.com







