posttoday
ส่งออกรุ่งริ่ง

ส่งออกรุ่งริ่ง

29 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2559 กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการค้าไทยเดือน ม.ค.2559 มูลค่าการส่งออกยังลดลงต่อเนื่องอีก 8.9% yoy ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ -7.1% และเป็นการหดตัวต่อเนื่อง 13 เดือนติดต่อกัน

การส่งออกที่ยังคงหดตัวในเดือนแรกของปี 2559 เป็นผลมาจากปัจจัยลบ สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว ตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย อาทิ สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จีน อาเซียนเดิม 5 ประเทศ และตลาดกลุ่มตะวันออกกลาง หดตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มเพื่อนบ้าน CLMV ชะลอการขยายตัว นอกจากนั้นราคาสินค้าเกษตร น้ำมัน และโภคภัณฑ์อื่นๆ ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ถ่วงให้ราคาสินค้าส่งออกของไทยปรับลดต่อเนื่อง แม้ปริมาณการส่งออกข้าว น้ำตาลทราย/กากน้ำตาล และรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ไม่สามารถชดเชยแรงฉุดจากการหดตัวของสินค้ากลุ่มน้ำมัน (-40.2% yoy) และที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน เช่น เคมีภัณฑ์ (-16.8% yoy) ผลิตภัณฑ์พลาสติก(-13.0% yoy) และยางพารา  (-25.7% yoy)

ศูนย์วิจัยกสิกร ประเมินภาพรวมการส่งออกช่วง 1Q59 อาจหดตัวมากกว่า 5% yoy โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะจากจีนและประเทศผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งคิดเป็น 25% ของตลาดส่งออกของไทย (11% จากจีน และ 14% ประเทศผู้ค้าน้ำมัน) และอาจมีผลกระทบทางอ้อมต่อเนื่องไปยังตลาดส่งออกในส่วนอื่นๆ คาดว่า ภาพรวมของคำสั่งซื้อสินค้าเกษตรตัวสำคัญ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ น่าจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้สัญญาณที่อ่อนแอของเศรษฐกิจโลก อาจกดดันให้ผู้ส่งออกจำเป็นต้องตั้งราคาสินค้าในระดับที่ไม่สูงไปกว่าราคาสินค้าของคู่แข่งมากนัก ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรมองโอกาสในการฟื้นตัวของมูลค่าการส่งออกในปี 2559 จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก หากราคาน้ำมันฟื้นตัวในช่วง 2-3 เดือนนับจากนี้ ก็อาจทำให้แนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2559 ประคองตัวในแดนบวกได้

ภาคการส่งออกยังคงย่ำแย่ หดตัวต่อเนื่องถึง 13 เดือนติดต่อกัน ทำให้ต้องติดตามว่ารัฐบาล และ ธปท จะมีการมาตรการใดออกมาเพื่อช่วยภาคส่งออก โดยเฉพาะการประชุมของ กนง. ในวันที่ 23 มี.ค. นี้ ต้องจับตาว่าจะมีการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดึงให้เงินบาทอ่อนค่าหรือไม่

หาก กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ย เชื่อว่าจะมีผลทำให้เงินบาทพลิกกลับไปอ่อนค่าอีกครั้ง ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาปัญหาให้กับภาคส่งออกระดับหนึ่ง ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในตลาดทุน กลุ่มที่จะได้ประโยชน์ทางตรง น่าจะเป็นกลุ่มที่อิงกับการอุปโภคบริโภคในประเทศ เช่น อสังหาฯ ค้าปลีก การเงิน และได้ประโยชน์ทางอ้อม เช่น กลุ่มส่งออก ทั้งอาหารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลุ่มที่เสียประโยชน์ จะเป็นกลุ่มธนาคารฯ ที่จะกลับมากังวลเกี่ยวกับ NIM ที่จะปรับลดลงอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน